เช็คด่วน! คุณสมบัติผู้ยื่นจอง โครงการบ้านล้านหลัง ใครกู้ได้ ติดหนี้-แบล็คลิสต์ มีสิทธิหรือไม่?

0
157

วันที่ 24 ธ.ค. นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ประธานธนาคารอาคารสงเคราะห์ ( ธอส. ) เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง โดยมอบหมายให้ ธอส. ช่วยเหลือประชาชนที่ต้องการจะมีที่อยู่อาศัยให้ได้มากที่สุด เนื่องจากในการเปิดรับจองสิทธิโครงการ บ้านล้านหลัง รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2561 ที่ผ่านมา มีประชาชนจากทั่วประเทศยื่นขอสินเชื่อมารวมกันกว่า 1.3 แสนล้านบาท สูงกว่ากรอบวงเงินที่ตั้งไว้ที่ 5 หมื่นล้านบาท “รมว.คลัง สั่งให้ ธอส. สรุปยอดผู้ขอสินเชื่อและให้เสนอแผนขยายวงเงินและระยะเวลาโครงการออกไป เพื่อเสนอให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พิจารณา ก่อนที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี ( ครม. ) เห็นชอบโครงการในส่วนที่ขยายเพิ่มต่อไป”นายสุรชัย กล่าว

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวว่า หลังจากนี้ธนาคารเริ่มตรวจคุณสมบัติผู้ยื่นเอกสารเรียงตามลำดับ และประกาศรายชื่อทาง www.ghbank.co.th รวมถึงการส่งข้อความอัตโนมัติ หรือ SMS เริ่มวันที่ 25 ธ.ค. 2561

เพื่อให้ผู้ที่มีรายชื่อได้เตรียมยื่นเอกสารประกอบในการขอสินเชื่อซึ่งจะเริ่มให้นำเอกสารเข้ามายื่นขอสินเชื่อที่สาขาได้ตั้งแต่ 2 ม.ค.2561หรือต้องติดต่อยื่นคำขอกู้กับธนาคารภายใน 90 วันโดยกำหนดวงเงินปล่อยกู้รอบแรกที่ 3 หมื่นล้านบาท

-ทั้งนี้ ยืนยันว่าผู้จองสิทธิที่มีรายชื่อติด บัญชีเครดิตบูโร ยังมีสิทธิเข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลังได้ เพราะธนาคารจะผ่อนปรนโดยพิจารณาจากความสามารถการชำระหนี้และประวัติการกู้เป็นรายบุคคลไป

-นอกจากนี้ ธอส.ยังเปิดโอกาสให้ ผู้มีรายได้น้อย หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่มีเอกสารไม่เพียงพอหรือขาดเอกสารการเงินที่ชัดเจน ให้นำหลักฐานการชำระค่าเช่าบ้านหรือผ่อนชำระเงินดาวน์บ้านไม่น้อยกว่า 12 เดือน มาประกอบการพิจารณาเพื่อคำนวณรายได้เพิ่มได้

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ล่าสุด ที่ได้ปรับประมาณการภาวะเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 4.2% และปี 2562 อยู่ที่ 4.0% เนื่องจากประเมินว่าในปีหน้ามีปัจจัยที่ไม่แน่นอนและเป็นความเสี่ยงหลายด้านต่อเศรษฐกิจไทย

โดยเฉพาะปัจจัยด้านต่างประเทศ ส่วนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายการเงินจาก 1.50% ไปสู่ 1.75% นั้น ถือว่าเป็นการเริ่มปรับขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยในระดับที่ต่ำมาก คิดว่าประชาชนอาจไม่ได้รับผลกระทบเลยด้วยซ้ำ จากภาวะที่สภาพคล่องส่วนเกินมีสูงมาก จึงไม่มีความจำเป็นที่ธนาคารพาณิชย์จะไปปรับขึ้นดอกเบี้ยที่คิดกับประชาชน


.

.

-ขอขอบคุณ ข่าวสด