ลาออกจากงานประจำ ผันตัวมา ‘ปลูกดอกขจร’ ขาย สร้างรายได้ 1 แสนบาท/เดือน

0
255

แน่นอนว่าใครหลายๆคนนั้นรู้จักดอกขจรกันเป็นอย่างดีใช่ไหมล่ะคะซึ่งดอกขจรนั้นถือเป็นอาหารที่ใครหลายคนนั้นชอบทานโดยเฉพาะต้มจืดหรือมาประกอบแกงต่างๆก็มีรสชาติที่อร่อยและก็ยังเป็นความต้องการของตลาดอีกด้วย

ซึ่งวันนี้นั้นเราจะพาทุกคนนั้นไปพบกับเกษตรกรคนหนึ่งที่ได้ประกอบอาชีพเกษตรกรโดยหลังจากที่ตนนั้นเคยทำงานอยู่ในกรุงเทพและได้มาประกอบอาชีพเป็นชาวเกษตรที่ภาคอีสานซึ่งแน่นอนว่าทุกคนจะทราบกันดีอยู่แล้วนั้นว่าภาคอีสานนั้นถือเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงมีผืนป่าแม่จะเข้าสู่หน้าแล้ง

ก็ยังมีพืชผักต่างๆที่สามารถทำเงินได้ถึงแม้ว่าบางพื้นที่จะแห้งแล้งแต่ก็มีความอุดมสมบูรณ์สูงซึ่งบอกได้เลยว่ามภาคอีสานนั้นมีชาวเกษตรกรอาศัยอยู่อย่างมากมาย ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นไปทำความรู้จักกับชาวเกษตรคนหนึ่งที่มีชื่อว่านางสาวขวัญกมล บุติมนตรี

ซึ่งคุณขวัญกมลนั้นแต่ก่อนเคยทำงานอยู่ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯแต่พอด้วยความที่ในกรุงเทพฯนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงอีกทั้งยังห่างไกลจากครอบครัวจึงหาแนวทางที่จะกลับไปประกอบอาชีพที่บ้านเกิดซึ่งตอนนั้นก็ได้ดูรายการเกษตรจากโทรทัศน์ช่องหนึ่งและได้แนวคิดที่ว่าจะกลับไปประกอบอาชีพ

โดยการเป็นชาวเกษตรกรปลูกดอกขจร ซึ่งเธอก็ได้ลองผิดลองถูกจนสุดท้ายเธอก็หาวิธีปลูกได้ผลสำเร็จซึ่งจะทำให้เธอนั้นกลับมาที่บ้านแล้วในตอนแรกที่บ้านเธอนั้นทำไร่ทำนาแต่เธอก็หันมาทำเกษตรแบบผสมผสานมีการปลูกต้นกล้วยบ้าง ปลูกถั่วบ้างดอกสลิดบ้างและปลูกมันสำปะหลังประมาณ 5 ไร่

และปลูกข้าวไว้กินอีก 8 ไร่แล้วก็ยังขุดบ่อที่สามารถมีน้ำบรรจุได้ถึงประมาณ 2861 ลูกบาศก์เซนติเมตรซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นการปรับปรุงไร่ในบ้านของตัวเองจากที่เคยแต่ทำนาให้มีการปลูกพืชแบบผสมผสานเพื่อหารายได้ได้หลายช่องทาง

โดยพื้นที่ไร่นั้นจะมีสภาพพื้นดินเป็นดินล้วนอีกทั้งผลกับทรายโดยเธอนั้นจะประกอบอาชีพโดยการปลูกดอกขจรเป็นหลักซึ่งเธอนั้นก็ต้องมีการทำหลุมขนาด 2 คูณ 7 เมตรโดยใส่ต้นดอกขจรหลุมละ 3 ต้นโดยมีการวางหลักสูงประมาณ 1.50 เมตรและมีระยะห่างแต่ละต้นอยู่ที่ประมาณ 1 เมตรคูณ 1 เมตร

โดยในแต่ละรอบนั้นจะใช้เวลาปลูกอยู่ที่ประมาณ 3 เดือนพอครบ 3 เดือนละดอกออกก็สามารถจะเอาปุ๋ยคอกมาใส่ได้ในวันเว้นวันซึ่งจะใช้สูตรปุ๋ยอยู่ที่ประมาณ 15 15 15 โดยวิธีการเก็บดอกขจรนั้นทั้งครอบครัวของเธอก็จะเก็บดอกในช่วงเวลาของตี 5 ไม่เกิน 10 โมงเย็น

และในแต่ละครั้งก็จะมีลูกค้านั้นมาโทรสั่งเพื่อจองหรือสั่งจองบน Facebook เพื่อสั่งออเดอร์ซึ่งในการเก็บดอกขจรนั้นก็สามารถเก็บได้ครั้งละ 20 ถึง 30 กิโลต่อไร่และสามารถจำหน่ายได้ในกิโลกรัมละ 70 บาทโดยทางที่ดีในการปลูกดอกขจรนั้นจะต้องมีโรงเพาะชำ

อีกครั้งที่นี่ยังจำหน่ายกิ่งพันธุ์อีกด้วย รายการจำหน่ายกิ่งพันธุ์นั้นทางคุณขวัญกมลก็ได้นำแกลบลงถุงดำเล็กๆแล้วก็นำกิ่งดอกขจรน้ำตกลงไปซึ่งในถุงดำน่าจะผสมไปด้วยน้ำยาเร่งรากจากนั้นก็ทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือนให้ร่างดำนอกเราจะนำไปสามารถปลูกได้

ซึ่งเธอนั้นจะขายในราคา 50 บาทเท่านั้นแต่ถ้าหากขายกิ่งที่ยังไม่เร่งรากก็จะอยู่ที่ราคา 4 บาท และโดยส่วนใหญ่แล้วดอกขจรนั้นจะมีลูกค้าโดยมากสั่งแล้วลูกค้าส่วนมากจะอยู่ในตัวเมืองมหาสารคามเสื้อในการขายดอกขจรและกิ่งนานก็สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้เดือนละ 100,000 บาท

อีกทั้งคุณขวัญกมลก็ยังได้ประกอบอาชีพและอยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาไม่ต้องไปไกลถึงกรุงเทพฯก็จะสามารถหารายได้ได้และอยู่กับพ่อแม่ได้ด้วยตัวเอง และนี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการทำเกษตรซึ่งบอกเลยว่าบางทีการทำเกษตรเกี่ยวกับบ้านนั้นก็สามารถสร้างรายได้ได้เช่นกัน

ซึ่งถ้าหากบ้านของไทยนั้นมีการประกอบอาชีพทางการเกษตรอยู่แล้วก็รอหาแนวคิดและแนวทางศึกษาหาข้อมูลวิธีทำเกษตรแบบผสมผสานเพื่อสามารถหารายได้ได้อย่างครอบครัวนี้แน่นอนว่าบางทีอาชีพเกษตรนั้นจะทำให้เราพบกับสวรรค์ที่เราไม่เคยพบเจอและก็เป็นได้มันจะมีอะไรที่มีความสุขไปมากกว่า

การได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับพ่อแม่ล่ะคะจริงไหมฉะนั้นทางที่ดีใครที่มีพื้นที่ไร่ก็ลองกลับไปพัฒนาพื้นที่ไร่ตัวเองไม่แน่นอกจากเราจะสร้างรายได้ได้เป็นกอบเป็นกำไม่ต้องไปทำงานเป็นลูกน้องใครแล้วเราก็มีความสุขในชีวิตแบบพอเพียงด้วย

-ขอขอบคุณ bangaornews