ปลื้มหนัก กระทรวงการคลัง เผยผู้ถือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” พ้นขีดความยากจนกว่าล้านคน

0
1256

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการขยายเวลาการฝึกอาชีพผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนกับรัฐต่ออีก 6 เดือน

จากที่สิ้นสุดไปเมื่อเดือนธันวาคม 2561 ก็จะให้ดำเนินการต่อไปจนถึงเดือน มิถุนายน 2562 ซึ่งต้องจะใช้เงิน 3,000 ล้านบาท ดำเนินในครงการนี้ ซึ่งตอนนี้รอบรรจุเป็นวาระให้ ครม. เห็นชอบเท่านั้น

“การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้เป็นการหาเสียง เพราะเป็นมาตรการที่ทำให้ประชาชนดีขึ้น ประชาชนได้ประโยชน์ แล้วจะเรียกว่าหาเสียงได้อย่างไร และการดำเนินการก็ถึงแค่เดือนมิถุนายน 2562 เพราะกระทรวงการคลังคลังคิดว่าถึงเวลานั้นจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาดำเนินการต่อ ก็ให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหม่พิจารณาในระยะต่อไป” นายอภิศักดิ์ กล่าว

นายอภิศักดิ์ กล่าวอีกว่า การเปิดให้ผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนกับรัฐ 11.4 ล้านคน มีผู้ประสงค์ฝึกอาชีพรอบแรก 4 ล้านคน ในส่วนนี้จะได้รับเงินเพิ่มอีกคนละ 100-200 บาท อย่างไรก็ตามมีคนมาฝึกอาชีพจริง 3 ล้านคน

ซึ่งคนกลุ่มนี้จะได้รับเงินเพิ่มต่อเนื่อง ส่วนอีก 1 ล้านคนที่มาลงทะเบียนประสงค์ฝึกงานแล้วไม่ยอมมาฝึก ก็จะพยายามให้เข้ามาฝึกอาชีพในรอบใหม่ เพื่อที่จะได้รับเงินเพิ่มดังกล่าวด้วย

สำหรับการฝึกอาชีพรอบแรก มีการประเมินผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ พบว่า 80% ของผู้ที่มาฝึกอาชีพ 3 ล้านคน มีรายได้เพิ่มมากขึ้น .

นอกจากนี้ยังมีผู้ฝึกอาชีพที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อปี หรือ ต่ำกว่าเส้นความยากจน ที่เข้ามาฝึกอาชีพ 2 ล้านคน และมีรายได้พ้นจากเส้นความยากจนได้ถึง 50% หรือ 1 ล้านคน

ขณะที่การอบรมฝึกอาชีพรอบใหม่ ก็จะให้ผู้ที่ฝึกรอบแรกเข้ามาฝึกเพิ่ม และพยายามดึงคงที่ยังไม่ลงทะเบียนฝึกอาชีพอแต่ไม่ยอมมา ซึ่งจะทำให้ผู้มีรายได้น้อยมีรายได้เพิ่มมากขึ้นไปอีก โดยที่ผ่านมากระทรวงการคลังทำการสำรวจอย่างไม่เป็นทางการ พบว่า มีผู้มีรายได้น้อยที่รายได้เกิน 1 แสนบาทต่อปี มากกว่า 1 แสนคน

แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังมีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ เหมือนเดิม จนกว่าจะมีการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลใหม่ว่าจะมีกฎเกณฑ์เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

อย่างไรก็ดี ในส่วนของโครงการที่เปิดให้ผู้สูงอายุที่มีฐานะดีสละเบี้ยผู้สูงอายุให้กับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งที่ผ่านให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นผู้ดำเนินการ แต่มีผู้สูงอายุมาสละน้อยมาก ดังนั้นกระทรวงการคลังจะขอ พม. นำเรื่องนี้มาดำเนินการเอง

โดยจะเริ่มลองเริ่มดำเนินโครงการสละเบี้ยผู้สูงอายุรอบใหม่ในเดือน ก.พ.-มี.ค. 2562 จะได้รับเหรียญพระคลังมหาสมบัติ พร้อมทั้งกระทรวงการคลังจะประสายกับธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐ

ให้ผู้สูงอายุสละเบี้ยยังชีพผ่านตู้เอทีเอ็ม หรือ แอปพลิเคชันของธนาคารได้เลย และการสละเบี้ยผู้สูงอายุนี้ไม่ได้เป็นการสละแล้วสละเลย หากในอนาคตผู้สูงอายุต้องการขอคืนก็สามารถทำได้