ดูไว้เป็นบทเรียน เศรษฐีร้อยล้านชีวิตพลิก กลายเป็นชายเร่ร่อน ไร้ที่ซุกหัวนอน ขอข้าววัดกิน

0
150

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ จากเจ้าของกิจการทั้งขายส่ง-รับเหมาก่อสร้าง ที่จังหวัดชัยภูมิ รวยล้นฟ้าสุดท้ายต้องมาประสบปัญหาเป็นชายเร่ร่อน โรครุมเร้าทั้งเบาหวาน ความดัน เป็นอัมพฤกษ์ต้องใช้ไม้เท้าค้ำยันเดิน อาศัยนอนศาลาวัด-โรงพยาบาล …

เรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แก้งคร้อ ต.หนองไผ่ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ได้รับแจ้งจากประชาชนในตลาดอำเภอแก้งคร้อ เกี่ยวกับเรื่องราวของชายสูงอายุ ที่ถือไม้เท้าเดิน ขอข้าวกิน ทราบชื่อต่อมาคือ นายสุทธิลักษณ์ เลิศวานิชย์กุล หรือเฮียเล็ก อายุ 57 ปี

ชาวบ้านละแวกดังกล่าวให้ข้อมูลเรื่องราวของเฮียเล็ก ก่อนหน้านี้ ถือว่าเป็นคนมีหน้ามีตา มีทรัพย์สินนับร้อยล้านบาท เพราะว่า “ตระกูลเลิศวานิชย์กุล” เป็นตระกูลเก่า และเป็นเศรษฐีของอำเภอแก้งคร้อ ทำธุรกิจหลายอย่างจนเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว มีธุรกิจทั้งขายส่ง และรับเหมาก่อสร้าง กระทั่งเมื่อ 5-6 ปีก่อน มีปัญหาต้องแยกทางกับภรรยา

โดยยกธุรกิจให้ภรรยา และแบ่งสมบัติให้ลูก 2 คนไป ส่วนเฮียเล็กก็ใช้เงินส่วนของตัวเองอย่างหรูหรา ฟุ่มเฟือยไปกับการเที่ยวกินอย่างหนัก กระทั่งเริ่มล้มป่วยหนัก เงินที่มีอยู่ก็ร่อยหรอ ไม่พอรักษาตัว สุดท้ายก็ต้องใช้ชีวิตเร่ร่อนดังกล่าว

ขณะที่ “เฮียเล็ก” เล่าย้อนอดีตความเป็นมาของตัวเองให้ตำรวจฟังว่า เมื่อหลายสิบปีก่อน ตนอยู่ในฐานะร่ำรวยระดับคหบดีคนหนึ่งในอำเภอแก้งคร้อ ทำธุรกิจหลายอย่าง ชาวบ้านในตลาดอำเภอแก้งคร้อต่างรู้จักดี

 

ต่อมาเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว เกิดเจ็บป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และสุดท้ายกลายเป็นอัมพฤกษ์ ต้องรักษาตัว เข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำ กระทั่งเกิดปัญหาครอบครัว ต้องแยกทางกับภรรยา ก่อนจะแบ่งทรัพย์สินกัน “ผมเอาทรัพย์สินส่วนแบ่งที่ได้จากภรรยาเพียงน้อยนิดนำไปขายเพื่อเอาเงินมารักษาตัวเองจนไม่มีเหลือสักบาท

ทุกวันนี้อาศัยเพียงศาลาวัดหรือไม่ก็โรงพยาบาลเป็นที่ซุกหัวนอน ขอเงินและอาหารจากชาวบ้านที่คุ้นเคยกันประทังชีวิตมากว่า 5 ปีแล้ว”

ภายหลัง นายสุพัฒน์ ทิพลักษณ์ รองผอ.ศูนย์ช่วยเหลือผู้ไร้ที่พักพิง ได้ยื่นมือให้ความช่วยเหลือเฮียเล็ก ปรึกษาพูดคุยกับญาติๆ ของนายสุทธิลักษณ์อีกครั้งหนึ่ง

เพื่อหาทางออกร่วมกัน เพราะทราบจากชาวบ้านว่า นายสุทธิลักษณ์มีญาติพี่น้องค่อนข้างมีระดับฐานะเศรษฐีกันทุกคน และชาวบ้านนับหน้าถือตาอีกด้วย

.

.

อ้างอิง : ไทยรัฐ