คุกเปลี่ยนชีวิต จบ ป.6 เคยติดคุก สู่ธุรกิจ หม้อเบ้อเร่อ จิ่มจุ่มเงินล้าน

0
158

ครอบครัวยากจน เติบโตในสลัม ใช้ชีวิตมาแทบจะทุกรูปแบบ ผ่านประสบการณ์ในชีวิตทั้งเรื่องดี และเรื่องร้ายมาไม่น้อย อาจเรียกโชกโชนก็ว่าได้ แต่การให้โอกาสตัวเองได้พิสูจน์ตัวตน และพร้อมจะแก้ไข พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดเพื่อพลิกให้ชีวิตเปลี่ยน จนได้กลายเป็น “ไอดอลเงินล้าน” ทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด.

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวตัวอย่างสร้างแรงบันดาลใจ ให้สำหรับคนฮึดสู้และลุกขึ้นมาท้าทายชีวิตในการปรับทัศนคติและวิธีการทำงาน ทำธุรกิจได้ดีไม่น้อย เพราะผู้ชายคนนี้สามารถทำธุรกิจให้สำเร็จได้จริงมาแล้ว.

คุณสิริทัศน์ สมเสงี่ยม หรือ คุณติ๊ก เจ้าของธุรกิจจิ้มจุ่มหม้อเบ้อเร่อ ที่ตอนนี้มีสาขาจิ้มจุ่ม เผยให้ชาวประชาได้เห็นและสัมผัสแล้วกว่า 88 สาขา ในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี จนได้รับสมญานามว่า “ไอดอลเงินล้าน” ทั้งยังได้กลายเป็นนักเขียนและวิทยากรเนื้อหอม ที่มีหน่วยงานต่างๆ ติดต่อเข้ามาเพื่อขอให้พูดถึงแนวทางอาชีพ แนวคิดชีวิตและการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ว่าสามารถก้าวมาถึงวันนี้ได้อย่างไรอีกด้วย.

ทำมากว่า 30 อาชีพ แต่ก็เจ๊ง

คุณติ๊ก เล่าความเดิมชีวิตเมื่อก่อนให้ฟังว่า “ผมโตในสลัม เป็นคนจังหวัดนครราชสีมา ครอบครัวยากจน เคยลักขโมย เคยเป็นแมงดาในผับ ติดคุกตอนอายุ 17 ปี เป็นคุกเยาวชน ซึ่งทำให้รู้สึกว่าชีวิตตอนนั้นขาดอิสรภาพมาก ที่สุดของชีวิตคือการได้นอนไม้กระดาน หลังจากนั้นจึงคิดใหม่ กลับเนื้อกลับตัว เพราะเข็ด.

เมื่อออกมาจากคุก ก็หางานทำ นับเวลาเกือบ 20 กว่าปีมาแล้ว มายึดอาชีพกรรมกร รับจ้างเป็นคนแล่เนื้อหมู รายได้ตอนนั้น 600-700 บาท ซึ่งสำหรับเวลาในตอนนั้นถือว่าเป็นงานที่ได้เงินดีมากๆ เพราะเป็นอาชีพเฉพาะ ไม่ใช่ใครก็จะทำได้ การแล่เนื้อต้องมีฝีมือพอตัว.

พอแล่หมู เก็บเงินได้สักพัก ก็อยากหาธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงลาออกแล้วมาเปิดร้านขายของ แต่ร้านก็เจ๊ง ก็กลับไปทำอาชีพแล่หมูใหม่ แล้วเก็บเงินไปเปิดร้าน เจ๊ง ก็ต้องกลับมาแล่หมูใหม่ เก็บเงิน แล้วก็เปิดร้าน เจ๊งก็กลับไปใหม่ วนเวียนอยู่แบบนี้เป็น 10 ปี มีอาชีพมาไม่ต่ำกว่า 20-30 อาชีพ จนตอนนั้นได้ฉายาจากคนอื่นๆ ว่า “ติ๊กร้อยร้านค้า” เพราะเปิดร้าน ปิดร้านไปเยอะมาก ยกตัวอย่างร้านได้เช่น ขายก๋วยเตี๋ยว, น้ำปั่น, เสื้อผ้า, กระเป๋ามือสอง เป็นต้น.

เจ๊งจนท้อ จนไม่กล้าสู้ต่อ เพราะเบื่อกับวิถีชีวิตแบบเดิมแล้ว จึงกลับมาคิดใหม่ ต่อจากนี้จะไม่ออกจากงานประจำที่แผงหมู แล้วจะทำธุรกิจเล็กๆ ที่ทำหลังเลิกงานได้ จึงได้มาขายลูกชิ้นทอด หาทำเลหน้าเซเว่นฯ แถวบ้าน ชีวิตหลักๆ ตอนนั้นคือ เริ่มทำงานประจำเวลา 22.00-07.00 น. นอนหลังจาก 7 โมงเช้า ตื่นตอนเที่ยง บ่าย 3 โมงเย็นเปิดร้านลูกชิ้น ทำวนแบบนี้ไปเรื่อยๆ จึงมีทั้งรายได้ประจำและรายได้จากการขายลูกชิ้น”.

คุณติ๊กเห็นว่าการขายลูกชิ้นมีรายได้ดี จึงคิดอยากขยายร้านขายลูกชิ้นเพิ่ม โดยวิธีการขายลูกชิ้น คือเปิดรับสมัครงาน เพื่อให้คนมาขายของให้ เป็นการขยายสาขาร้านลูกชิ้น พอร้านที่เปิดไปแล้วมีประสบการณ์สามารถขายเองได้ ก็ขยายไปอีกร้าน ขายลูกชิ้นได้กำไรเป็นแสน แต่ท้ายสุดก็เจ๊งอีก รอบนี้เกิดจากการติดการพนัน.

ช่วงฟองสบู่แตก ธุรกิจทุกอย่างก็เจ๊ง จึงกลับมาช่วยแม่ขายก๋วยเตี๋ยวที่บ้าน เพราะเห็นว่าอุปกรณ์มีอยู่แล้ว ทำแล้วก็ยังเจ๊งอีก ไปอยู่วงการอาบอบนวด แต่สุดท้ายก็ต้องเลิก เพราะมันไม่มีทางทำให้รวยได้ เคยมีเงินเป็นล้านก็ไม่เหลือ.

ปรับความคิด ปั้นธุรกิจสำเร็จได้

“ครั้งสุดท้ายที่ทำงานอาบอบนวด คือเมื่อ 5 ปีก่อนจนอิ่มตัว เพราะเดินมาสุดทางแล้ว แล้วก็ไม่รวย มีเงินล้านจากงานอาบอบนวดมาไม่รู้กี่ครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่รวย ไม่มีเงินเหลือ แล้วก็กลับมาขายลูกชิ้น ก๋วยเตี๋ยวเหมือนเดิม ก็เจ๊งไป.

และล่าสุด มาขายข้าวมันไก่ สูญเงินไปเป็นแสน มาเปิดร้านนม เพราะที่โคราชเห็นว่าร้านนมคนนิยม ก็เจ๊งอยู่ดี จนกระทั่งสุดท้าย กลับมานั่งคุยกับแฟน บอกกับเขาว่า อยากลับไปทำร้านจิ้มจุ่ม เพราะเมื่อก่อนเคยเปิด ซึ่งเปิดถึง 2 ครั้ง แต่ 2 ครั้งนั้นก็เจ๊ง พอคุยกันว่าเรามาทำร้านจิ้มจุ่มกันไหม เปลี่ยนตึกร้านนมที่ยังไม่หมดสัญญาเช่า มาทำร้านจิ้มจุ่ม” คุณติ๊ก เล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์จุดเปลี่ยน.

ปัจจุบันนี้เปิดร้านจิ้มจุ่มมาได้ 1 ปี โดยใช้ชื่อว่า “จิ้มจุ่มหม้อเบ้อเร่อ” โดยคุณติ๊ก บอกว่า “ระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา สามารถขยายสาขา ขายแฟรนไชส์ร้านจิ้มจุ่มมาได้ขนาดนี้ เพราะชื่อที่ใช้มันขายได้ ผลิตภัณฑ์ที่ขายก็สามารถขายตัวมันเองได้.

ประสบความสำเร็จได้เพราะตัวผลิตภัณฑ์ที่มีความว้าว ความใหญ่ และได้เยอะ มีโปรโมชั่นให้ลูกค้าได้ร่วมเล่นเกม ร่วมสนุก ตอนนี้ในกรุงเทพฯ มีสาขาที่ซื้อแฟรนไชส์ไปทำร้านอยู่ประมาณ 12-13 สาขา ซึ่งแต่ละสาขาที่ขายแฟรนไชส์ไป ก็ขายดี ได้ผลตอบรับที่ดี”.

ส่วนตัวคุณติ๊ก มองชีวิต 20 ปีที่ผ่านมาว่า “คนเราจะประสบความสำเร็จได้เพราะตัวเราไม่เคยยอมแพ้ ไม่คิดจะยอมแพ้ต่ออะไร ไม่เชื่อเรื่องดวง สิ่งที่คิดอย่างเดียวคือ ผมจะต้องประสบความสำเร็จให้ได้ ทุกวันนี้ มองตัวเราเองว่าประสบความสำเร็จ 50 เปอร์เซ็นต์ของชีวิต และตั้งเป้าหมายในใจไว้ว่าอยากมีเงินร้อยล้านให้ได้ภายในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า”.

ส่วนธุรกิจจิ้มจุ่มหม้อเบ้อเร่อในขณะนี้ ประสบความสำเร็จได้เพราะมีเคล็ดลับคือ 1. เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยการไม่เอาเปรียบลูกค้า ไม่เอาเปรียบคนที่มาซื้อแฟรนไชส์ของเราไปทำ เมื่อคนทำธุรกิจได้เงิน ลูกค้าได้รับความสุข คุ้มค่า ข้อ 2. คือทำธุรกิจทุกอย่างในชีวิตในระยะเวลา 3-4 ปีมานี้ เพราะผมทำทุกอย่างให้แตกต่างจากคนอื่น ข้อ 3. ทำทุกอย่างให้ดีกว่าคนอื่น และทำให้ได้ในราคาที่เท่าคนอื่น คิดได้แบบนี้ขายอะไรก็รวย คุณติ๊ก กล่าวทิ้งท้าย.

สำหรับใครที่สนใจธุรกิจจิ้มจุ่มหม้อเบ้อเร่อ สามารถเข้าไปสอบถามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊กเพจ จิ้มจุ่มหม้อเบ้อเร่อ สาขาต้นแบบ หรือเบอร์ (087) 946-1155

เนื้อหาข่าวโดย : เส้นทางเศรษฐี