แค่คิดต่างก็พารวย ‘ปลูกผักแขยงในนา’ โตไวใช้น้ำน้อย ไม่ต้องดูแล สร้างรายได้วันละ 2,000 บาท

0
384

สวัสดีค่ะวันนี้เกษตรไทบ้านก็มีสาระดีๆสำหรับผู้ที่กำลังสนใจและทำลังมาหาแนวทางการทำเกษตรแต่ยังไม่มีตัวช่วย และไม้รู้จะลงมือทำอะไรดีให้เราเป็นตัวช่วยสอค่ะ ซึ่งในช่วงหน้าแล้งสถานการณ์น้ำน้อยในภาคอีสานนั้นก็สามารถสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านชาวนาได้ไม่น้อยแต่ก็ยังมีชาวนาบางส่วนนั้นได้ปรับเปลี่ยนหาลู่ทางในการปลูกพืชอื่นๆเพื่อดำรงชีวิตและสร้างรายได้ยามน้ำน้อยแทน

โดยในวันนี้เราก็จะพาทุกคนมาชมวิถีชีวิตชาวเกษตรที่มีความคิดต่างซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นลองตามมาดู วันนี้เราจะพาทุกคนนั้นไปรู้จักกับชาวบ้านที่อยู่ใน ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดพวกเขานั้นได้รับแนวทางจากทางภาครัฐ ที่มีการเสนอแนะให้ชาวบ้านปลูกพืชสมุนไพร นั่นก็คือผักแขยงนั่นเอง โดยผักชนิดนี้จะมีคุณสมบัติในการปลูกง่ายและใช้น้ำน้อย

อีกทั้งยังอายุสั้นสามารถปลูกแป๊บเดียวก็สามารถสร้างรายได้ได้แบบวันต่อวันเลย.. โดยการปลูกผักชนิดนี้ ชาวบ้านมักจะทำกันหลังที่ได้เก็บเกี่ยวกันนาแล้ว ซึ่งในบริเวณหมู่บ้านนี้ก็จะมีความแตกต่างกันกับหมู่บ้านอื่น และคนในหมู่บ้านก็จะรวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และแนะนำวิธีการปลูกต่างๆและช่วยเเหลือกันในเรื่องของการจัดจำหน่ายนั้นก็สามารถสร้างความเข้มแข็งและสร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อครัวเรือนเลยก็ว่าได้

โดยทำให้หมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็นหมู่บ้านที่ถูกเรียกว่าหมู่บ้านผักแขยงเงินล้านนั่นเอง โดยคุณแพร พรหมวิจิตร หนึ่งในชาวบ้านที่ทำการปลูกผักแขยงอยู่บริเวณอำเภอวารินชำราบจังหวัดอุบลราชธานีโดยเธอนั้นนอกจากการปลูกผักขะแยงแล้วเธอได้มีการทำปลูกใบบัวบกโดยมีการบอกว่าสามารถสร้างรายได้ให้กับเธอและครอบครัวมาถึง 10 ปีโดยก่อนหน้านี้เคยไปทำงานที่ต่างจังหวัดแต่ก็ประสบปัญหาในเรื่องของรายได้ที่ไม่เพียงพอต่อครอบครัว

และเมื่อเห็นช่องทางจึงนำมาปลูกดูบ้าง ตอนแรกเริ่มนั้นก็ปลูกเพียงแค่ใช้พื้นที่ประมาณ 2 ไร่ แตกในก็แบ่งออกเป็น 2 งานแล้วปลูกข้าวนาปรัง ไว้บริโภคในครัวเรือน 1 ไร่และปลูกผักแขยง ซึ่งก็ทำการปลูกตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยเริ่มจากการปรับพื้นที่และพรวนดิน จากนั้นก็นำต้นกล้าไปปลูกและมีการเว้นระยะประมาณซัก 1 คืบโดยในตอนแรกนั้นยังไม่ต้องใส่ปุ๋ย

จากนั้นก็ทำการปล่อยน้ำเข้าไปประมาณสัก 2 ข้อนิ้วรอประมาณซัก 1 สัปดาห์ก็สามารถใส่ปุ๋ยได้โดยปุ๋ยที่ใส่นั้นจะใช้สูตรที่ 16 16 16 ในปริมาณต่อ 1 ครั้งต่อ 1 พื้นงานและทำการหว่านปุ๋ยอีกครั้งเมื่อสังเกตว่าใบนั้นเริ่มมีสีเหลืองและการปล่อยน้ำก็ไม่ควรปล่อยให้แห้งควรเติมลงไปเรื่อยๆเมื่อมีระดับน้ำต่ำลง และในส่วนของทางด้านศัตรูพืชนั้นก็มักจะเป็นตัวบุ้งที่มาจะต้องใส่ยาป้องกันเป็นจำนวน 1 ช้อนต่อน้ำ 20 ลิตร

และพ่นลงไปโดยก็จะไม่พบปัญหาเหล่านี้กันสักเท่าไหร่และในส่วนของเรื่องโรคนั้นผักขะแยงนั่นเป็นพระที่แข็งแรงอยู่ไม่น้อยก็จะไม่พบเจอปัญหานี้จากนั้นก็ปลูกโดยใช้เวลาประมาณ 45 วันก็จะขึ้นเป็นกอใหญ่โดยสามารถเก็บจำหน่ายได้เลยและในส่วนของการเก็บนั้นก็ใช้วิธีดึงออกมาทั้งกองแต่ก็ยังปล่อยเอาไว้ประมาณสัก 4-5 ต้นเพื่อทำการขยายพันธุ์และใส่ปุ๋ยอีกจำนวนหนึ่งประมาณสัก 2 สัปดาห์ก็ทำให้เรานั้นสามารถเก็บเกี่ยวรุ่นต่อไปได้นั่นเอง

โดยผลผลิตที่ได้ในแต่ละครั้งนั้นก็จะตกประมาณอยู่ที่ 200 ถุงโดย 1 ถุงมีน้ำหนักประมาณ 100 กรัมและสามารถซื้อขายได้ในราคาถุงละ 60 บาทยิ่งหน้าร้อนยิ่งมีราคาสูงเป็นอย่างมาก เพราะในช่วงหน้าร้อนผักชนิดนี้นั้นมีความต้องการทางตลาดสูงนั่นเอง นอกจากนี้คุณแพร์ ก็ยังมีการปลูกต้นใบบัวบกเพื่อหารายได้เสริมอีกทางหนึ่ง ซึ่งใบบัวบกในก็ถือเป็นพืชที่ปลูกง่าย และต้องดูแลเพียงแค่รดน้ําวันละ 1 ครั้ง

และใส่ปุ๋ยขี้ไก่ลงไปจากนั้นประมาณ 50 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยตกถุงละ 5 กิโลกรัมก็จะสามารถขายได้ 50 บาททำให้มีรายได้ครั้งละพัน โดยพืชแต่ละตัวนั้นจะไม่มีการขายพร้อมกันอย่างเด็ดขาดเพราะมีความยุ่งยากอีกทั้งยังต้องมีเกิดความไม่ต่อเนื่องจึงทำให้เก็บขายทีละนิดทีละน้อยสามารถขายได้ในทุกๆวันและสามารถสร้างรายได้ในทุก มันอีกทั้งยังเด็กเลี่ยงการใช้สารเคมีด้วย

ซึ่งนี่ก็ถือเป็นวิธีที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับใครที่ต้องการหารายได้เสริม ในการปลูกในยามหน้าแล้งหรือยามน้ำน้อยที่จะมาถึงในไม่ช้านี้ ซึ่งถ้าหากใครสนใจก็ลองเริ่มปลูกกันดูได้เลยนะคะอย่างน้อยก็ถือเป็นรายได้เสริมที่ทำให้คุณแม่ไม่ขาดทุนแต่อย่างใด


.

.

-ขอขอบคุณ hunsa.siamtodaynews