นายกวอน ‘งดขับรถดีเซล’ เข้าเมือง จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น!

0
356

กลายเป็นกระเเสที่กำลังได้รับความสนใจ เมื่อ ข่าวสดได้ออกมาโพสต์ผ่านเเฟนเพจ ถึงประเด็นร้อน เรื่องปัญหาฝุ่นควัน 

โดยในเนื้อความระบุไว้ดังนี้

เมื่อวันที่ 1 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีออกแถลงการณ์นายกรัฐมนตรี ถึง“สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน” ใจความว่า ตามที่เกิดสถานการณ์ปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก

PM2.5 สูงเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑล 5 จังหวัด รวมถึงจังหวัดสมุทรสงครามด้วย และปัญหาดังกล่าวเริ่ม มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนนั้น

กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล ได้แก้ไขปัญหาระยะสั้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การเข้มงวดตรวจจับรถ ควันดำ การควบคุมฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง การเร่งคืนพื้นผิวจราจร การควบคุมการเผาในท่ี่โล่ง การตรวจสอบการปล่อยมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม การฉีดพ่นละอองน้าในอากาศ และการล้าง ทำความสะอาดถนน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของฝุ่นละอองPM2.5 ก็ยังไม่คลี่คลายลงเนื่องจากปริมาณการใช้รถเครื่องยนต์ ดีเซลส่วนบุคคลในกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑลมีจำนวนมาก ประกอบกับไม่มีการถ่ายเทของอากาศ

จึงทำให้ PM2.5 อยู่ในอากาศปกคลุมเหนือพื้นที่ดังกล่าว แม้จะมีการตรวจจับรถที่ปล่อยควันดำเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดอย่างเข้มข้น รวมทั้งไม่พบการปล่อยมลพิษจากโรงงานเกินกำหนดแต่อย่างใด

ดังนั้น รัฐบาลจึงขอความร่วมมือประชาชนใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเครื่องยนต์ดีเซลเดินทางเข้ามาในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑลเท่าที่จำเป็น หรืองดใช้ระยะหน่ึ่งจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพราะ การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์เป็นต้นเหตุของการเกิดฝุ่นละอองมากที่สุด

สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาวนั้น จะต้องมีการพัฒนาระบบโครงข่ายขนส่งสาธารณะให้เช่ื่อมโยงกัน ทุกระบบ ทั้งระบบล้อราง และเรือ การปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง ปรับปรุงมาตรฐานไอเสียรถยนต์ เพิ่มสถานีบริการน้ำมันที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ และรณรงค์ให้ประชาชนใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

รวมถึงส่งเสริมและผลักดันการใช้รถยนต์ที่ไม่ก่อให้เกิด PM2.5 อาทิ รถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เป็นต้น

รัฐบาลต้องขออภัยสำหรับความไม่สะดวกของพี่น้องประชาชนมา ณ โอกาสนี้ และขอขอบคุณภาคส่วน ที่สนับสนุนและให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นอย่างดียิ่ง

เนื้อหาโดย : ข่าวสด