‘หม่ำ จ๊กมก’ เปิดใจเคยลาออกจาก ‘ชิงร้อยชิงล้าน’ หลังเห็นค่าตัวที่ เสี่ยตา ให้

0
291

หม่ำ” เกือบไม่ได้ร่วมงานกับ “เสี่ยตา” เพราะละอายใจ ทำงานไม่คุ้มเงินที่เขาให้มานั้นเอง ซึ่ง “หม่ำ” เล่าว่า “จะพูดว่าผมเป็นตลกคู่บุญของพี่ตา ปัญญา ก็ใช่นะ

เพราะพี่ตาเป็นผู้ให้โอกาสแก่ผม ก่อนที่ผมจะมาอยู่ที่เวิร์ค พอยท์ ผมยังเล่นตลกอยู่ตามคาเฟ่ พี่ตาเป็นคนโทรศัพท์มาหาผม เมื่อสัก 19-20 ปีที่แล้ว ‘ฮัลโหล หม่ำเหรอ ผมปัญญา นิรันดร์กุล พูดครับ

ผมทำรายการชิงร้อยชิงล้านกับพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ อยากได้คุณมาร่วมงานด้วย’ เอาก็เอา ผมก็ไป แต่ต้องตื่นเช้า เพราะเลิกงานมาตอนตีห้า นอนหลับนิดหนึ่ง พอเก้าโมงเช้า เราก็ต้องไปที่ช่อง 7 ในสมัยนั้น ผมเล่นร่วมรายการมาสัก 4-5 ตอน ผมก็ขอลาออก”

“ผมรู้สึกละอาย มันไม่คุ้มกับเงินที่เขาเสียให้กับเรา มันเป็นเงินเยอะมาก แล้วเราไปเล่นให้เขาเพียงแค่นี้ ผมก็บอกกับพี่ตาว่า ผมออกอากาศแค่ 10 นาที

แค่นี้แล้วพี่ให้เงินผมตั้งเยอะขนาดนี้ ผมรู้สึกว่าเอาเปรียบรายการเขา แต่ตัวพี่ตาน่ะชอบผม เขาบอกผมว่า เอาน่า อย่าไปคิดอะไรมาก อยู่ไปเถอะ

พี่ตาเขาก็โทรศัพท์มาดึงรั้งไว้ โทรมาทุกวัน แล้วจึงมาลงตัวที่รายการเวทีทองราวๆ ปี 2532 ช่วงนั้นออกมาจากบริษัท JSL แล้ว มาเปิดบริษัทเวิร์ค พอยท์ได้เพียงปีเดียว สำนักงานอยู่ที่หัวหมาก แล้วค่อยย้ายมาอยู่ที่สะพานใหม่ จนเป็นบริษัทมหาชน จากนั้นจึงย้ายไปอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี”

“ถ้าวันนั้นผมไม่ได้มาร่วมงานกับพี่ตา ผมคงจะเสียใจแย่เลย ตอนนี้อยากทำอะไรก็ได้ทำ อย่าง หม่ำ On Stage ที่เพิ่งผ่านมาก็ประสบผลสำเร็จ จะบอกว่าพี่ตาไว้ใจผมก็ได้ จะบอกว่าผมเป็นลูกรัก พี่ตาอีกคนก็ได้ (ยิ้ม) ซึ่งจากจุดตรงนี้ ต่อมาทำให้ผมได้รู้จักกับพี่ปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับภาพยนตร์

เมื่อผมอยากสร้างภาพยนตร์ พี่ปรัชก็พาไปหาเสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐตอนเจอเสี่ยเจียง เขาก็ไม่ได้พูดอะไร ผมแค่เกริ่นๆ กับเสี่ยว่าอยากทำหนังบอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม แต่ในเรื่องผมไม่ตลกนะ เสี่ยเจียงขำก๊าก หัวเราะชอบใจ บอกว่าแค่พูดว่าไม่ตลก ก็ตลกแล้ว”

“จากนั้นให้ทุนมาสร้างหนังแล้วก็ประสบผลสำเร็จทะลุ 100 ล้านพอทำภาคที่ 2 ก็ได้ 100 ล้านอีก ขนาด แหยมยโสธร ภาคแรกก็ทะลุ 100 ล้านอีกตอนนี้เสี่ยบอกว่าอยากทำอะไรทำไปเลยไปตั้งงบประมาณมา

อย่างตอนนี้เรื่องที่ทำอยู่ก็คือ วงษ์คำเหลา กับ แหยมยโสธร ภาค2 ผู้ใหญ่เขารักเราเขาเอ็นดูเรา แต่ในท่ามกลางของความรัก เราต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อให้เขาไว้ใจเรา

ตอนนี้ผมมีอยู่ 3 บริษัทที่ต้องดูแล มีบริษัทบั้งไฟสตูดิโอ ทำเกี่ยวกับรายการทีวีอย่างเดียว บริษัทบั้งไฟฟิล์ม ทำเกี่ยวกับภาพยนตร์ และปัจจุบันยังมีรายการซูเปอร์หม่ำอีกด้วย”