จากลูกชาวนา เรียนจบ ป.4 รับจ้างทำงาน เก็บพริก-ขายไอติม สู่เถ้าแก่ 100 ล้าน

0
165

วันนี้เกษตรไทบ้านมีเรื่องราวดีๆและแนวคิดดีๆมาให้ทุกคนได้อ่านเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ตนเองและคนรอบข้าง แอดเชื่อว่าหลายคนต้องมีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่ในการจะทำอะไรสักอย่าง ซึ่งวันนี้แอดได้นำบุคคลที่เป็นเจ้าของธุรกิจดังมาให้ทุกคนได้สร้างแรงบันดาลใจ ว่ากว่าจะมีวันนี้เขาได้ผ่านอะไรมาบ้าง คุณพันธ์รบ กำลา ผู้ก่อตั้ง บริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด

เจ้าของแฟรนไชส์บะหมี่เกี๊ยวริมทางแบรนด์ดัง “ชายสี่” ที่ปัจจุบันมีรถเข็นคู่ค้า กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 3,700 สาขา ล่าสุดยังมีการขยายธุรกิจ แตกไลน์สินค้าออกเป็นแฟรนไชส์อีกหลายรูปแบบ นับแต่ “พันปีบะหมี่เป็ดย่าง” “บะหมี่ไก่ ข้าวมันไก่” และ “ชายสี่ คอร์นเนอร์”

ที่หวังเจาะลูกค้ากลุ่มกลาง-บน บุกทำเลคอมมูนิตี้มอลล์ และปั๊มน้ำมัน แม้ปัจจุบัน หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบเศษ ชาวร้อยเอ็ดผู้นี้ จะมีธุรกิจใหญ่โตระดับประเทศ แต่กว่าเขาจะก้าวมาถึงจุดมั่นคงแข็งแรง ระดับ “หลายร้อยล้าน” ได้อย่างที่เห็น บอกเลยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ “เรียน กศน. จบ ม.6 ตอนอายุ 41 ปี ทำนามาตั้งแต่จำความได้

ทำมาแล้วสารพัดอาชีพ ทั้งรับจ้างเก็บฝ้าย รับจ้างเก็บพริก เป็นลูกจ้างโรงกลึง รับจ้างทำงานบ้าน เป็น รปภ.เป็นพ่อค้าขายไอติม” คุณพันธ์รบ ย้อนประวัติโดยย่อ ก่อนบอกต่อ เริ่มต้นอาชีพเป็นพ่อค้าขายบะหมี่-เกี๊ยว ช่วงปี 2535-2537 โดยยึดทำเลย่านลำลูกกา ปทุมธานี ปรากฏขายดีตั้งแต่เริ่ม ลูกค้าอุดหนุนตลอด ยอดขายเฉลี่ยวันละ 5,000-7,000 บาท

แถมยังมี “เจ้าถิ่น” คุ้มครอง จึงทำให้ทำมาค้าคล่องมากขึ้นไปอีก

“เจ้าถิ่นคนนี้ เป็นคนสติไม่ดี อยากได้อะไรไม่ซื้อ ไม่ขอ หยิบเอาดื้อๆ พ่อค้าแม่ขายย่านนั้น หัวหดไปามกัน ผมเป็นคนหนึ่งที่ตกอยู่ใต้อิทธิพลนี้ จึงทำบะหมี่ให้กินฟรี พูดดีด้วย ตักน้ำให้ดื่ม แถมให้เงินอีก 20 บาท เพื่อเขาจะได้เอาไปซื้อของกินในวันต่อไป” คุณพันธ์รบ เล่าความหลังครั้งนั้น กระทั่ง คนในละแวกเห็นพฤติกรรมเป็นกิจวัตร จึงพากันเอ่ยปาก ให้ไปวันนี้

วันหน้าจะมาขออีก แต่เขาไม่สนใจ ยามใดที่ “เจ้าถิ่น” คนเดิม มาอีกก็ให้อีก ให้กินฟรีอยู่อย่างนั้น เป็นเวลาติดต่อกันนานหลายเดือน “อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าถิ่นของขึ้น ยืนตะโกนโวยวาย ชี้หน้าด่าคนเดินผ่านไปมา บอก พวกนี้ไม่เคยให้เขากิน แต่ร้านชายสี่ดีมีน้ำใจ ให้เขากินฟรีๆ ฉะนั้น ห้ามใครตอแยหรือแตะต้องพ่อค้าชายสี่เด็ดขาด” คุณพันธ์รบ เล่าสนุก ก่อนบอกจริงจัง

“ตอนนั้นผมยิ้มในใจ นึกไม่ถึงว่าคนบ้าสติแตก จะมีไมตรีจิตคิดจะทดแทนบุญคุณเรา ชมว่าเราดีมีน้ำใจ คนบ้าขู่ห้ามใครมารังแกเรา มิหนำซ้ำไปกินร้านไหน ไม่ปลอดภัยเหมือนร้านเรา เพราะมีคนบ้าคุ้มครอง นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ชายสี่ขายดี” เจ้าของฉายา เจ้าพ่อ “ชายสี่” เล่าต่อ ขายบะหมี่อยู่ที่ลำลูกกา อยู่ 2 ปี มีเงินฝากธนาคารถึง 700,000 บาท ซึ่งจุดขายที่นำมาใช้เป็นหลักสำคัญการเรียกลูกค้าคือ “ผ้าขี้ริ้ว”

“ลงทุนซื้อผ้าเช็ดโต๊ะหรือผ้าขี้ริ้ว มาร่วม 10 ผืน ก่อนนำมาแยกสี แยกเช็ด สีนี้สำหรับเช็ดโต๊ะ สีนี้สำหรับเช็ดชาม ผมไม่ได้อยากสื่อว่าร้านของชายสี่อร่อยกว่าร้านอื่นอย่างไร แต่อยากสื่อว่าร้านชายสี่ มีผ้าขี้ริ้วสะอาดที่สุดในโลก ผมเอาผ้าขี้ริ้วเป็นอาวุธประจำตัวในการขายชายสี่ ขายไปเช็ดไป เช็ดแล้วซัก ซักแล้วเช็ด ถูถู เช็ดเช็ด เช็ดๆ ถูๆ อยู่ 2 ปี มีเงิน 7 แสน” คุณพันธ์รบ เผยเทคนิค

ก่อนบอกด้วยว่า ช่วงไหนไม่มีลูกค้า เขาจะนำผ้าขี้ริ้วมาเช็ดโต๊ะ พอมีลูกค้าเดินผ่าน จะใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดตู้ให้มีเสียงดัง ก๊อกๆ แก๊กๆ จนตกใจหันมามอง เห็นเรากำลังเช็ดทำความสะอาดตู้ ย่อมเกิดความประทับใจ ว่าเป็นร้านที่ใส่ใจความสะอาดมากเหลือเกิน “การใช้ผ้าขี้ริ้วให้เป็นประโยชน์เกินมูลค่าผ้าขี้ริ้ว หลักคิดมีอยู่ว่า สิ่งของทุกอย่างมีมูลค่า

ถ้าเอาสมองใส่ลงไป วิธีเอาสมองใส่ลงไปในผ้าขี้ริ้วก็คือ ผ้าขี้ริ้วผืนที่สวยที่สุด ขาวที่สุด สะอาดที่สุด จนเช็ดหน้าได้ ให้นำมาวางไว้ใกล้ๆ ปากหม้อ ไม่เช็ด ไม่แตะต้อง ทะนุถนอมเหมือนไข่ในหิน พอลูกค้าเห็น ย่อมคิดตรงกัน ผ้าขี้ริ้วยังสะอาดขนาดนี้ แล้วอย่างอื่นล่ะจะสะอาดขนาดไหน สั่งบะหมี่มารับประทานได้อย่างสบายใจแน่นอน” คุณพันธ์รบ ว่ามาอย่างนั้น