ทำเกษตรชิลๆ เกษตรกรชาวสวนยาง ผันตัวปลูก ‘ผักกูด’ ขายสร้างรายได้มหาศาล ตลอดทั้งปี

0
770

ชาวสวนยางพาราจังหวัดตรัง ปลูกผักกูดสร้างรายได้งามตลอดทั้งปี นายชง นาคิน อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71/1 หมู่ที่ 8 ตำบลนาชุมเห็ด อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง กล่าวว่า ตนเองเป็นคนชื่นชอบในการปลูกผักพื้นบ้านไว้กินเองเหลือก็จะแจกและขาย ส่วนปลูกผัดกูดในสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันนั้น ตนเองได้ปลูกมากว่า 20 ปี โดยปลูกในสวนยางพาราพื้นที่กว่า 6 ไร่ และสวนปาล์มกว่า 4 ไร่ ปลูกครั้งเดียวเก็บเกี่ยวได้ตลอด

การดูแลก็ไม่ยากเพราะจังหวัดตรังมีฝนตกตลอดทั้งปี จึงไม่ต้องให้น้ำ ช่วงไหนฝนไม่ตกหลายวันก็จะให้น้ำบ้าง ให้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยอินทรีย์ เดือนละ 2 ครั้ง เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว โดยปลูกครั้งแรกจะให้น้ำให้ปุ๋ยคอกแค่ 6 เดือน ก็สามารถเก็บยอดผักกูดขายได้แล้ว ผักกูดสามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอด ผักกูดจะมีการขยายพันธุ์ด้วยสปอร์

ยิ่งนานวันผักกูดยิ่งจะเพิ่มปริมาณต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ การเก็บเกี่ยวเฉลี่ยจะเก็บยอดผักกูด 1 วัน เว้น 2 วัน ซึ่งจะเก็บครั้งไม่ต่ำกว่า 20-30 กิโลกรัม ซึ่งจะขายกิโลกรัมละ 20-25 บาท หากแบ่งเป็นกำ ๆ ละ 10 บาท โดยตนเองจะนำไปวางขายในตลาดประชารัฐต้นน้ำลำขนุน และจะมีพ่อค้าคนกลางมารับถึงบ้าน

นอกจากนี้ ยังสามารถขายต้นกล้าได้ในราคา ต้นละ 3 บาท ซึ่งลูกค้าจะสั่ง ครั้งละ 1,000-5,000 ต้น สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างงาม ซึ่งหากเปรียบเทียบกับการกรีดยางพารา ก็พบว่าผักกูดสามารถสร้างรายได้มากกว่ารายได้จากน้ำยางพาราถึง 3 เท่า ผักกูด เป็นพักพื้นบ้านเป็นที่ต้องการของตลาดเพราะปลอดสารพิษ

ยอดอ่อนของผักกูดจะมีสรรพคุณ ลดความดันโลหิตสูง บำรุงสายตา บำรุงโลหิต ช่วยแก้ไข้ตัวร้อน แก้โลหิตจาง ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ลดคอเลสเตอรอลในเม็ดเลือด มีสารบีตา-แคโรทีน และธาตุเหล็กสูง ผักกูดนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู อาทิ ยำผักกูด แกงกะทิกับปลาย่าง

ผักกูดผัดน้ำมันหอย ลวกกะทิ ลวกจิ้มน้ำพริก ผักกูดไม่นิยมกินสด ๆ เพราะจะมียางเป็นเมือกอยู่ที่ก้าน ทั้งนี้ ผักกูดยังเป็นตัวชี้วัดสภาพแวดล้อมให้ได้รู้ว่า ถ้าบริเวณดังกล่าวอากาศไม่ดี ดินไม่บริสุทธิ์ มีสารเคมีเจือปนอยู่ จะไม่สามารถปลูกผักกูดได้ หรือจะไม่ขึ้น หรือแตกต้นในบริเวณนั้น


.

.

.

.