ผ่านมาเเล้ว 7 ปี เจ้าสัวมองตลาดไก่ชนขาดเหมือนตาเห็น แต่เสียดายที่รัฐไม่ส่งเสริม

0
531

เกษตรไทบ้านขอนำเอาบทสัมภาษณ์ เก่าเมื่อปี 2555 กับมุมมองกีฬาไก่ชนของเจ้าสั่ว มาดูกันครับว่าผ่านมาขนาดนี้จะจริงอย่างที่พูดกันมั้ย คุณธนินท์บอกว่า ในสมัยโบราณมีคำพูดที่ว่า “ช้างคู่เมือง ไก่คู่บ้าน”

ทุกบ้านต้องเลี้ยงไก่ ไว้กินไข่ กินเนื้อ ไก่ชนที่ชาวบ้านเลี้ยงกันทุกวันนี้ถือเป็นพันธุ์ไก่เนื้อดั้งเดิมของไทยที่เราต้องอนุรักษ์ไว้ ให้อยู่คู่กับคนไทย

ตัวเก่งนำไปตีชนะก็มาขายได้เป็นหมื่นเป็นแสนบาท ดีกว่าไปซื้อล็อตเตอรี่ ไม่ต้องไปเล่นหวยใต้ดินมีแต่เสีย เลี้ยงไก่มีแต่ได้ บางคนบอกว่าการเลี้ยงไก่ชนใต้ถุนบ้าน “เปรียบเหมือนตู้เย็นเคลื่อนที่” สมัยโบราณไม่มีตู้เย็นก็ทยอยเชือดไก่ใต้ถุนบ้าน

ส่งเสริมการเลี้ยงไก่ เมื่อเลี้ยงได้ผลผลิตแล้วไปขายที่ไหน เราต้องสร้างตลาดครบวงจร เลยสร้างสนามชนไก่เป็นที่ขายของของเกษตรกร แต่ถ้าไม่มีสนามชนไก่ มูลค่ามันจะไม่เกิด และก็กลายเป็นสถานที่ทำกิจกรรมบันเทิง สัปดาห์หนึ่งมาที่สนามชนไก่ เพื่อความสนุกสนาน แล้วเกษตรกรก็มาแลกเปลี่ยนความรู้กัน เช่น ทำไมถึงขายไก่ชนได้ราคาเป็นหมื่น มีวิธีการเลี้ยงอย่างไร จะกระตุ้นให้กลับไปเลี้ยง ธุรกิจไก่ชน ขายไม่ได้ ไม่เน่าไม่เปื่อย

ผมจึงมีนโยบายจะขยายสนามชนไก่ไปยังทุกจังหวัด เพื่อส่งเสริมให้มีกีฬาชนไก่เป็นสิ่งถูกกฎหมาย มีระเบียบ มีกติกา ไม่ให้เขาเอารัดเอาเปรียบคนที่มาตีไก่ ไม่โกงกันเป็นที่มาสนุกสนานบันเทิงของเกษตรกรสัปดาห์หนึ่งมาที่สนามชนไก่ครั้งหนึ่งมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้ กระตุ้นให้ไปเลี้ยงไก่ เลี้ยงแล้วขายไม่ได้ ก็เป็นอาหารโปรตีน ลดรายได้ เท่ากับเพิ่มรายได้

ที่ผ่านมามีหลายประเทศให้ความสนใจพันธุ์ไก่ชนของไทย ทั้งญี่ปุ่น อินโดนีเซีย อินเดีย ปากีสถาน บาเรล ประเทศอิสล่ามตีไก่กันมากที่สุด โดยมีมูลค่าการส่งออกนับร้อยล้านบาท

แต่หลังจากเกิดการระบาดของโรคไข้หวัดนก ทางรัฐบาลไทยไม่ให้ความสนใจ จึงเป็นเรื่องน่าเสียดาย เวลานี้มีการลักลอบขายกันไปทางใต้ ผ่านเข้าทางประเทศมาเลเซีย ไปถึงอินโดนีเซีย หากมีการเปิดเสรี และรัฐบาลไทยเอาจริงเอาจัง เราสามารถจะขายพันธุ์ไก่ชนไปยังทุกประเทศในอาเซียน

“ผมมองว่า ในอนาคตประชาชนไทยจะร่ำรวยกว่านี้ เพราะคนจะนิยมกินไก่พื้นบ้านกันมากขึ้น แล้วไก่ชนเนี่ยแม้ราคาแพงกว่าไก่เนื้อทั่วไปหลายเท่าคนที่ร่ำรวยก็จะซื้อ”

ยกตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่นประเทศที่มีความเจริญทางด้านเทคโนโลยี แต่คนทำนาจะต้องมีไก่ชนเลี้ยง ทุกหมู่บ้านจะมีสถานที่สำหรับไว้ตีไก่ ขณะที่รัฐบาลญี่ปุนจะจัดสนามชนไก่ โดยได้นำสายพันธ์ของไทยไปพัฒนา ปรากฎว่า สามารถเลี้ยงได้ ทุกหมู่บ้านที่ญี่ปุ่นมีสนามตีไก่ แล้วรัฐบาลญี่ปุ่นจัดสนามชนไก่ประกวด

ญี่ปุ่นพัฒนาน้ำหนักไก่ของไทยจาก 3 กิโลกรัม ขึ้นไปถึง 7 กิโลกรัมแล้ว ตัวใหญ่ขึ้น ๆ การอนุรักษ์ไก่มีค่ากว่าสัตว์ทุกชนิด ไก่ชนเราสืบพันธุ์ได้ ญี่ปุ่นยังซื้อไก่ชนของไทยไปชน เรียกว่า “ไก่สยาม”

อย่างไรก็ตาม คุณธนินท์กล่าวทิ้งท้ายว่า เราทำธุรกิจได้กำไรจากไก่ เราอยากคืนให้สังคม ให้กับคนยากจนที่ไม่มีโอกาส ใครเลี้ยงไก่หรือเลี้ยงนก ยิ่งวัยรุ่นเลี้ยงไก่หรือนก รับรองไม่ติดยาเสพติด พอเลิกจากโรงเรียนต้องมาเลี้ยงไก่ ต้องอาบน้ำให้ไก่ คนเลี้ยงไก่ รักไก่ยิ่งกว่าลูก บางคนไม่เคยอาบน้ำให้ลูก แต่อาบน้ำให้ไก่ เช้า-เย็น ไม่เคยกางมุ้งให้ลูก แต่ต้องก้างมุ้งให้ไก่ทุกวัน

ที่มา : matichon