หนุ่มใหญ่ ขโมยเงินล้านจากเเม่ ตอนอายุ17 มาทำธุรกิจ สุดท้ายพลิกรวยพันล้าน

0
623

12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เว็บไซต์ เดลีเมลล์ ของอังกฤษได้เปิดเรื่องราวของนักธุรกิจพันล้าน กับเส้นการดำเนินธุรกิจของเขา ตัังแต่อายุ 17 ปี

โดยเงินที่เขาใช้ลงทุนก้อนแรกนั้น คือการขโมยบัตรเครดิตของแม่ซึ่งมีเงินกว่า 30,000 ปอนด์ หรือประมาณ 1,207,000 บาท โดยแม่ของเขาไม่รู้ตัวเลยว่าลูกได้ทำอะไรลงไป

แอนดริว ไมเคิล ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีชาวอังกฤษวัย 39 ปี จากเมืองเชลต์แนม เขามีเดิมพันที่จะเปลี่ยนชีวิตตัวเองเมื่อตอนอายุ 17 ปี โดยการแอบใช้บัตรเครดิตของแม่เป็นเงิน 30,000 ปอนด์ หรือประมาณ 1.2 ล้านบาท เพื่อเริ่มต้นธุรกิจที่เขาตั้งใจ

Co-Founders Andrew Michael (wearing glasses) & Kai Feller (no glasses), Bark, London, UK – 28 Nov 2018
© Andrew Fosker/ PinPep

จากการที่เขาและเพื่อนสมัยเรียน อเล็กซ์ ไวล์ดิ้ง ต้องการสร้างเว็บไซต์เป็นของตัวเอง แต่กลับพบว่าบริษัทโฮสต์ส่วนใหญ่ มักมีฐานลูกค้าเป็นกลุ่มธุรกิจใหญ่ๆ

เขามองเห็นช่องทางในการทำธุรกิจ เพื่อขยายตลาดความต้องการ เข้าถึงกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและกลุ่มส่วนบุคคล จึงก่อตั้งบริษัท Fasthosts ขึ้นมาภายในห้องนอนของเขา ตอนอายุ 17 ปี และเขียนซอฟต์แวร์ขึ้นมาเอง

แต่เนื่องพวกเขาจำเป็นจะต้องใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อการบริการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งในนั้นปี 1997 ต้องจ่ายในราคา 30,000 ปอนด์ แต่เด็กวัย 17 ปี จะเอาเงินมากมายมาจากไหนกัน???

ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท bark

แอนดริวจึงตัดสินใจขโมยบัตรเครดิตของแม่มารูด ในการอัพเกรดความเร็วอินเทอร์เน็ตให้บริษัทของตัวเอง หลังจากนั้นก็ลงโฆษณาในนิตยสาร

เพื่อสร้างฐานลูกค้าให้มาเข้าใช้บริการของเขามากพอ ก่อนที่จะถึงวันตัดยอดบัตรเครดิตในเดือนแรก และโชคเข้าข้าง เพราะในเดือนแรกก็สามารถหาลูกค้าได้มากพอ ทำให้มีกำไรพอจ่ายค่าอินเทอร์เน็ตและค่าลงโฆษณาได้

และหลังจากนั้นอีก 5 ปี บริษัท Fasthosts ของเขาจึงกลายมาเป็นบริษัทชั้นนำด้านเว็บโฮสติ้ง เว็บเซอร์วิสสำหรับกลุ่มธุรกิจและกลายมาเป็นบริษัทที่เติบโตเร็วที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศในสายเทคโนโลยี โดยในปี 2006 แอนดริวในวัย 26 ปี ประกาศขายบริษัทเป็นเงินจำนวน 61.5 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2.5 พันล้านบาท พร้อมกับได้รับเงินอีก 46 ล้านปอนด์ จากการถือหุ้น 75% ของบริษัท

และในปี 2008 เขาไปก่อตั้งบริษัทเก็บข้อมูลคลาวด์ Livedrive จนกลายมาเป็นบริษัทผู้ให้บริการคลาวด์และสำรองข้อมูล ที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดในยุโรป จนกระทั่งในปี 2014 เขาก็ประกาศขายบริษัทอีกครั้ง แต่ไม่เปิดเผยว่าเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งคาดว่าเป็นจำนวนหลักสิบล้านปอนด์เลยทีเดียว

และปัจจุบันเขาตั้งบริษัท Bark.com แพลทฟอร์มเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจองและจ้างงานบุคลากรจากสายอาชีพต่างๆ เช่น ครูสอนดนตรี เทรนเนอร์ส่วนตัว และอื่นๆ โดยมีพนักงานประจำเพียง 30 คน แต่กลับมีผู้ใช้กว่า 20 ล้านคนทั่วโลก