โรงแรมเเห่งนี้ที่เคยเป็นข่าว ผีดุ บอกเลยว่าเฮี้ยนจัด “โรงแรมรถไฟ เชียงใหม่”

0
498

เรื่องนี้ก็เป็นประสบการณ์ตรงของผมที่จะมาเล่าให้ทุกคนทราบครับ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าอาจทันเฉพาะรุ่นนะครับ(บวก ลบพ.ศ.เอาเองนะครับ) คือรุ่นผมที่วัยใกล้เลขสามแล้วกับรุ่นก่อนหน้านี้ขึ้นไปนะครับ ซึ่งคงคุ้นเคยกับชื่อ ?โรงแรมรถไฟ? ตั้งอยู่บริเวณสามแยกตรงสถานีรถไฟเชียงใหม่นะครับ (ดังมากในเรื่องความเฮี้ยน)

เรื่องมีอยู่ว่าขณะนั้นผมกำลังเรียนอยู่ชั้น ม. 5โรงเรียน ยักษ์.แหวน. ครับ ซึ่งตอนนั้นมีเพื่อนสนิทรุ่นเดียวกัน ได้พาสาวโรงเรียนดังจังหวัดลำพูนครับ เสือ.ใบ(ไม้) 2 คน มาดูหนังและเที่ยวในเมืองเชียงใหม่ ผมก็เลยมีความคิดว่าจะทำอย่างไรจะได้จับไม้ จับมือ ถือแขน หรือมากกว่านั้น….อิอิ (ความคิดดีๆทั้งนั้น)

จึงวางแผนกับไอ้ เพื่อนผมว่า เราพาสาวๆไปลองของที่?โรงแรมรถไฟ?ดีกว่า โดยให้เหตุผล (ดีๆ) ที่กล่าวไว้ข้างต้น นั่นแหล่ะครับ ตกลงกันเสร็จ ผมก็ได้เอ่ยปากชวนสองสาวที่นั่ง รอในรถว่า ?หลังจากดูหนังเสร็จแล้ว เราไปพิสูจน์ความเฮี้ยนกันมั้ยที่โรงแรมรถไฟ?

ด้วยความว่าง่ายหรือเพราะความชอบในตัวผมและเพื่อน สาวๆจึงว่านอนสอนง่าย….คือไปไหนก็ได้ (หลงตัวเอง…หุหุหุ) พอหนังจบประมาณ หกโมงเย็นครับ ผมก็ขับรถจากเซ็นทรัลกาดสวนแก้ว มาถึง ที่โรงแรมรถไฟก็ประมาณเกือบหกโมงครึ่ง ขับเข้าไปจอดด้านในเลยครับตรงทางขึ้นโรงแรมเลยครับ

พอจอดรถเสร็จพาสาวๆลงมา บรรยากาศข้างในบริเวณนั้นอึมครึมมาก เพราะต้นไม้เยอะบวกกับใกล้ค่ำแล้ว ผมจึงคว้าไฟฉายที่มีในรถ (มีไฟฉายกลมใหญ่1อันไฟฉายเล็กยาวสักคืบอีก1อัน) ผมใช้อันใหญ่ครับ…อิอิ ตามแผนของคนไม่กลัวผี เดินเข้ามาก็เจอคนเฝ้าโรงแรมนั่งเล่นอยู่ตรงแคร่ไม้นะครับด้านล่าง

ผมสังเกตดูแล้วว่าเค้าก็คงกลัวๆเหมือนกันจึงพาลูกหลานมาอยู่เป็นเพื่อน สองสามคน เลยขออนุญาตเค้าว่า ?มาขอพิสูจน์ตามคำล่ำลือนะครับ? เค้าไม่พูดเพียงแต่พยักหน้ารับทราบเท่านั้น ผมจึงเดินนำขึ้นไปเพราะถือไฟฉายกระบอกใหญ่ที่สุดเดินประกบคู่กับสาวน้อยลำพูนผู้น่ารัก ที่กำลังกอดแขนและกำมือผมแน่นด้วยความกลัว ….ว๊าว….ขนลุก (สู้ว๊อย) (อีกคู่นึงก็แทบจะสิงร่างกันอยู่แระ) (อิจจา….มรึงล้ำหน้ากุนะ) อากาศภายในนั้นอบอ้าวมาก กลิ่นของโรงแรมก็มีกลิ่นสาบๆ ของ ซากสัตว์ต่างๆที่เข้ามาและตายในนี้

ผมกับพวกเริ่มเดินสำรวจจากชั้นแรก ขึ้นมา เรื่อยๆ ก็ไม่มีอะไร ผมกับเพื่อน ก็ใจชื้น เพราะสมหวังตามแผน (กอดกันกลมทั้ง 2 คู่เลย…อิอิ ) พอขึ้นถึงชั้นสามครับจำไม่ได้ว่าเป็นชั้นที่มีระเบียงใหญ่ๆกว้างๆหรือสระน้ำเก่าก็ไม่ทราบครับ ความมืดสนิทเริ่มมาเยือน (ค่ำแล้ว) ผมก็พูดปลอบใจสองสาวว่า เห็นมั้ยไม่มีอะไรหรอก…..ไม่ต้องกลัว….(จัดการหอมแก้มไปฟอดใหญ่ๆ)

จากนั้นผมก็พากันเดินตรงไปที่บันไดหนีไฟอีกด้านหนึ่งของชั้นครับ ผ่านห้องว่างๆ สองห้องที่หันหน้าตรงข้ามกันนั้น ประตูของทั้งสองบานนั้นปิดดัง ?ปัง!!!!? ทั้งๆที่ไม่มีลมสักนิดเดียวครับ เด้ง!!!!เลยครับ!!!!สะดุ้ง ตกใจกันหมด สาวๆงี้ร้อง วี๊ดดดดด!!!!ลั่นเลยครับ ผมกับเพื่อนเริ่มใจเสียแล้วกลัวว่า สองสาวจะช็อคหัวใจวาย…..

จากนั้นผมเห็นท่าไม่ดีจึง พากันรีบเดินกลับลงมา ขณะเดินกลับลงมาชั้นสองนั้น ผมกับพวกได้ยินเสียงตรงกลางระหว่างทางเดินครับ เป็นเสียงดัง ?แกร๊งๆๆๆ!!!!!!!!? ยาวๆ ลากมาเหมือนมีคนเดินลากโซ่น่ะครับ เสียงเดินตรงมาทางพวกผม ผมกับพวกจึงหยุดอยู่กับที่ ผมไม่เห็นว่ามีอะไรนะครับได้ยินแต่เสียงมันดังใกล้เข้ามาทุกที ๆ

พวกผมก็เดินถอยหลังกันครับ ( จะวิ่งหนีก็กลัวจะกระเจิงพลัดหลงกัน) ถอยจนมาติดกำแพงอีกด้าน ส่องไฟไปข้างหน้าก็ไม่เห็นมีอะไร ได้ยินแต่เสียง ไม่น่าเชื่อเลยครับ (ขนงี้ลุก ขนหัวงี้ตั้งเลยครับ) ผมจึงรวบรวมสติ ( เนื่องจากเป็นคนที่จิตแข็งที่สุดในกลุ่ม) บอกทุกคนว่าให้จับมือกันไว้

จากนั้นผมจึงจูงมือพาทุกคนเดินฝ่าไปสวนทางกับเสียงเดินลากโซ่นั้น อย่างรวดเร็ว(กลั้นใจน่ะครับ…..กลัวแทบขี้แตกเหมือนกัน) เสียงนั้นค่อยๆห่างออกไปเรื่อยๆ จนหายไป ผมกับพวกมาหยุดอีกทีตรงชั้นล่างครับ สำรวจหน้าตาเพื่อนผมครับ ซีดเลย คงจะช็อค ส่วนสาวๆนั้นไม่ต้องถามเลย สิงร่างผมกับเพื่อนเลยก็ว่าได้ จึงชวนกันกลับ กะว่าจะแวะเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกผมให้พี่คนเฝ้าสถานที่ฟัง ….

แต่แล้วก็ต้องช็อคอีกครับ!!!! แคร่นั้นเป็นแคร่เก่าๆ ที่มีสภาพผุพัง กับชิ้นส่วนตุ๊กตาเก่าๆที่ชำรุดครับ ?เวงแระ? ?กุถูกผีหลอกตั้งแต่มาถึงเลยเหรอวะเนี่ย?จากนั้นครับ คนที่จิตแข็งที่สุดครับวิ่งนำหน้าเลยครับ (แต่ไม่ลืมคว้ามือสาวไปด้วยนะครับ) ไม่พูดไม่จา สตาร์ทรถตะบึงกลับออกไปแทบไม่ทันเลยครับ ทุกคนเงียบกันหมดครับไม่มีใครพูดอะไรกันเลยสักคำเดียว ผมขับรถออกมาตั้งหลักกันที่สะพานนวรัตน์ครับ ทุกคน ลงรถมานั่งคุยกันท้ายกระบะครับ…..

สองสาวเล่าว่า เค้าเห็นผู้หญิงชุดขาวซึ่งไม่เห็นหน้าเดินก้มหน้าลากโซ่ที่มัดกับข้อเท้ามาทางกลุ่มพวกเราพวกเธอจึงหลับตาเดินเกาะแขนพวกผมจะร้องก็กลัวจนร้องไม่ออก (ผมงี้ขนลุกอีกครั้งเลยครับ)?กุเดินสวนทางกับผีมาหรือเนี่ย? แต่อันนี้ผมไม่เห็นนะได้ยินแต่เสียง

แต่…อิตอนสุดท้ายนี่สิ สยอง!!กันถ้วนหน้า ผู้ชายที่พวกเราเห็นกันหมดทุกคนว่ามีลูกหลานคอยเฝ้าอยู่ชั้นล่างหายไปเหลือแต่ร่องรอยของการเคยอยู่ อันนี้มันเห็นชัดๆ เห็นกันทุกคนครับ ………

สรุปว่าประสบการณ์ครั้งนี้ ได้คำตอบมาว่า ?โรงแรมรถไฟนี้? เฮี้ยนจิงๆครับ สมคำเล่าลือ (ใครเลยลองไปมาบ้างครับ? แล้วเป็นไงบ้างมาเล่าให้กันทราบบ้างนะครับ ) แต่ตอนจบเรื่องนี้ แฮปปี้ครับ++++++++++ คือว่า…..จากนั้นผมก็ไปส่งเพื่อนกับสาวอีกคนที่บ้านของเพื่อนผมครับให้มันไปส่งกันเอง

และผมก็ถามสาวของผมว่าจะให้ไปส่งที่หอพักในจ.ลำพูนเลยมั้ย คำตอบที่ได้ครับ หล่อนไม่กล้าอยู่คนเดียว( เข้าทางครับ…. อิอิอิ) ผมก็ไม่พูดอะไร ก็ขับรถพาเธอกลับหอพักครับพอถึงที่ก็ จอดรถพร้อมลงไปส่งที่ห้องเธอแล้วก็ขอตัวกลับบอกว่า? ไม่มีอะไรหรอก ….ไม่ต้องคิดมากนะ……

กลับถึงบ้านแล้วจะโทรมาหา…..แล้วพรุ่งนี้จะมาหาแต่เช้า? ( สร้างภาพว่าเป็นคนดีน่าดูเลยครับ ) เธอไม่ยอมครับ บอกว่ากลัวมากๆ ให้ผมอยู่ด้วยจนกว่าเธอจะหลับครับ (หุหุหุ+++++เข้าทางโจรครับ) ผมก็เลยถือโอกาส อยู่เป็นเพื่อนปลอบขวัญเธอครับ…

เหตุการณ์ต่อไปก็คิดกันเอาเองนะครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น(หุหุหุ)……เธอคงคิดว่าเหตุการณ์พี่หลอกน่าจะจบไปตั้งแต่?โรงแรมรถไฟ?แล้ว แต่ที่ไหนได้ครับ เมื่อคืนนี้ เธอยังโดน ?ผีหลอกจับหัว? อีกด้วยคร๊าบบบบ++++++