ผอมเเน่ หลังรัฐฯ จ่อรีด ‘ภาษีน้ำหวาน’ สูงสุด 5 บาทต่อลิตร

0
68

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า วันที่ 1 ต.ค. 2562 อัตราภาษีความหวานจะเก็บเพิ่มมากขึ้น ตามกฎหมายใหม่ของกรมฯ ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2560 ที่ให้มีการเก็บภาษีเพิ่มขึ้นตามขั้นบันได

ทำให้เครื่องดื่มที่มีความหวานเกินกำหนดจะต้องเสียภาษีมากขึ้น เช่น น้ำอัดลมกระป๋องขนาด 250 ซีซี จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นประมาณ 10 สตางค์ ส่วนผู้ประกอบการจะเพิ่มราคากับผู้บริโภคขึ้นอยู่กลยุทธ์ทางการตลาดของผู้ผลิต

ทั้งนี้ ปัจจุบันกรมสรรพสามิตเก็บภาษีความหวานเฉลี่ยยอยู่ที่ 1 บาทต่อลิตร แต่หลังที่วันที่ 1 ต.ค. 2562 ถึง 30 ก.ย. 2564 จะเก็บ 3 บาทต่อลิตร และหลังจากนั้นจะปรับเพิ่มสูงสุดที่ 5 บาทต่อลิตร

“ตอนนี้เครื่องดื่มน้ำอัดลมบางส่วนก็มีการปรับลดน้ำตามจาก 14 กรัมต่อลิตร เหลือ 12 กรัมต่อลิตร เพื่อเสียภาษีให้ต่ำลง ส่วนน้ำอัดลมสีดำยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงสูตร เพราะเป็นตลาดใหญ่ของผู้บริโภค ต่างจากน้ำอัดลมสีที่สัดส่วนตลาดมีน้อยก็มีการเปลี่ยนสูตรลดน้ำตาล ไม่กระทบกับยอดขาย” นายพชร กล่าว

นายพชร กล่าวอีกว่า กฎหมายสรรพสามิตที่ประกาศใช้เมื่อปี 2560 ได้มีการแก้ไขให้เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของพืชทางการเกษตรไม่ต่ำกว่า 10% ได้ยกเว้นภาษีสรรพสามิต เป็น 20% ถึงจะได้ลดภาษีเพื่อให้มีการช่วยเหลือเกษตรการอย่างแท้จริงมากขึ้น

ทั้งนี้ กฎกระทรวงกําหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตความหวาน กำหนดว่า ตั้งแต่กฎหมายสรรพสามิตมีผลบังคับใช้วันทที่ 16 ก.ย. 2560 ถึง 30 ก.ย. 2562 ดังนี้

เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลไม่เกิน 6 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เว้นการเก็บภาษี

ที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน 6 กรัม แต่ไม่เกิน 8 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 0.10 บาทต่อลิตร

ที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน 8 กรัมแต่ไม่เกิน 10 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 0.30 บาทต่อลิตร

ที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน 10 กรัม แต่ไม่เกิน 14 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 0.50 บาทต่อลิตร

ที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน 14 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 1 บาทต่อลิตร

หลังจากนั้นตั้งแต่ 1 ต.ค. 2562 ถึง 30 ก.ย. 2564 จะมีการจัดเก็บภาษีน้ำหวาน ดังนี้

เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน 14 กรัม แต่ไม่เกิน 18 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 3 บาทต่อลิตร

เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน 18 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 5 บาทต่อลิตร

ในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2564 จนถึงวันที่ 30 ก.ย 2566 จะมีการจัดเก็บภาษีน้ำหวาน ดังนี้

เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลไม่เกิน 8 กรัม แต่ไม่เกิน 10 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 1 บาทต่อลิตร

เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน 10 กรัมแต่ไม่เกิน 14 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 3 บาทต่อลิตร

เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน 14 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 5 บาทต่อลิตร

ขณะที่ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2566 เป็นต้นไป จะมีการจัดเก็บภาษีน้ำหวาน ดังนี้

เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน 6 กรัม แต่ไม่เกิน 8 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 1 บาทต่อลิตร

เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน 8 กรัม แต่ไม่เกิน 10 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 3 บาทต่อลิตร

เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน 10 กรัมต่อลิตร เสียภาษี 5 บาทต่อลิตร