สาวพระนครศรีอยุธยา ดีกรีปริญญาโทวิศวะ เลือกเส้นทางเป็นนายตัวเอง ผัวตัวทำเกษตร ปลูกผักอินทรีย์

0
387

คุณตรีนุช วงษ์สมตระกูล สาวพระนครศรีอยุธยา ดีกรีปริญญาโทวิศวะ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วัยแค่ 25 ปี แต่เลือกเส้นทางอาชีพด้วยการเป็นนายตัวเอง ปลูกผักอินทรีย์ โดยเฉพาะผักต้านมะเร็ง สร้างแบรนด์ Me&Mom’s Organic Farm ของตัวเอง สร้างรายได้ให้กับครอบครัวทุกวัน ภายใต้แนวความคิด ปลูกด้วยรัก ดูแลด้วยใจ แม่เป็นคนรักสุขภาพมาก ๆ เวลาเลือกซื้อผักจะสรรหาผักอินทรีย์ที่สดและสะอาด เลือกทานทุกอย่างต้องเน้นถึงเรื่องสุขภาพเป็นสำคัญตนเองก็ได้รับแนวคิดนี้มา

แม่ซื้อผักที่ตลาดนัดตั้งแต่จิ๊บเรียน ป.ตรี (Industrial Engineer) จนจบ ป.โทวิศวะ (Logistics and Supply Chain) จนพักหลังๆ แม่บ่นว่า ไปเช้าแค่ไหนผักหมด ไม่ค่อยมี ไปแล้วเสียเวลามาก แม่แบกผักเป็นจำนวนมากก็ปวดหลัง เพราะซื้อเยอะมากๆค่ะ ตนเองมีพื้นที่ในการปลูกผักที่บ้าน ยังไงก็ต้องปลูกทานเองให้ได้ (เห็นแม่เริ่มลำบาก) อันนี้คือ ความตั้งใจแรก ว่าได้เวลาหยุดซื้อผักจากข้างนอก ตอนขึ้นปีสองของป.โท ก็มีเวลามากขึ้น เลยชวนแม่ก็เข้าเรียน ปลูกผักอยู่หลายที่

ทั้งเป็นของเอกชน รัฐบาล แต่ที่ ที่เปลี่ยนความคิดและสร้างแรงบันดาลใจคือไปอบรมที่ศูนย์กสิกรรมไร้สารพิษ วังน้ำเขียว โดยอาจารย์อำนาจ ที่ทำให้เรารู้ว่าอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่สามารถอยู่ได้อย่างมั่งคง เริ่มต้นปลูกผักอย่างจริงจังโดยผักชนิดแรกที่ปลูกคือผักสลัดเนื่องจากว่าตนเองชอบรับประทาน ทดลองปลูกประมาณ 4 แปลงเล็ก ๆแปลงละประมาณ 10 ต้น ลองเอาไปแจกให้คนรอบตัวลองเอาไปรับประทาน ก็ได้ผลตอบรับดีมาก ผักกรอบสด ตนเองรู้สึกดีที่ได้ปลูกผักดี ๆไร้สารพิษให้คนอื่นทาน

จึงทดลองปลูกผักชนิดอื่น ๆตามมา โดยจะเน้นการปลูกผักตามฤดูกาล และผักต้านโรคมะเร็ง หาตลาดจากสื่อ Social media สร้าง face book fan page Me&Mom’s Organic Farm ทำให้มีความต้องการสูงขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มมีปัญหาพื้นที่ไม่พอต่อการปลูกให้ได้ตามจำนวนที่ต้องการ จึงต้องทดลองหาวิธีแก้ไขปัญหา โดย แก้ไขปัญหาพื้นที่ด้วยการปลูกผักยกพื้น หรือการปลูกผักบนแคร่ ซึ่งทำให้ได้ผลดีคือ ง่ายต่อการจัดการ (ไม่ต้องออกแรงเยอะสำหรับผู้หญิง แม่ที่ช่วยปลูกไม่ต้องก้มๆเงยๆ)

ได้จำนวนผลผลิตเยอะกว่า เพราะว่าไม่ต้องรอพักดิน 2 สัปดาห์ สามารถยกดินที่พักไว้ว่าใช้ปลูกต่อได้เลย ระบายน้ำ และอากาศได้ดีกว่า ป้องกันศัตรูพืชมารบกวน เช่น หอย สามารถได้ผลผลิตทุกวันจากนั้นก็ขยับขยายความหลากหลายของผักที่ปลูก ได้แก่ ผักสลัด กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค ฟิลเล่ ปัตตาเวีย บัตเตอร์เฮด โดยมีผักที่ขายดีที่สุดได้แก่ จิงจูฉ่าย และวอเตอร์เครสที่ได้ชื่อว่าเป็นราชินีผัก และสามารถต้านทานโรคมะเร็งได้ การทำแคร่เพื่อปลูกผักควรจะมีลักษณะดังนี้

แคร่ควรขนาดกว้าง 1.20 เมตร เป็นระยะที่เอื้อมมือจัดการแปลงปลูกได้สะดวก ยาว 6 เมตร เป็นความยาวของเหล็กกัลวาไนซ์ 1 เส้น โดยไม่ต้องตัด และสูง 1 เมตรจากพื้นดิน หรือระดับเอว มุ้งไนล่อนชนิดสีฟ้าขนาด 16 ช่อง/ตารางนิ้ว สำหรับใส่ดิน พลาสติกคลุมโรงเรือนเคลือบยูวี 7% ความหนา 150 ไมครอน และสแลนกันแสงแดด เกษตรกรสาธิตการเตรียมดินและการปลูกพืชบนแคร่ การเตรียมดิน หมักดินเพื่อปลูกพืช การเตรียมดินต้องนำปุ๋ยหมักที่ทำจากมูลช้าง หรือมูลสุกรมาผสมเข้ากันดิน เพื่อเตรียมปลูกพืช

โดยมีส่วนประกอบและวิธีการทำดังนี้ ส่วนประกอบปุ๋ยหมัก มูลช้างหรือมูลสุกร 1 ตัน รำละเอียด 200 กิโลกรัม จุลินทรีย์หน่อกล้วย 200 ลิตร วิธีการเตรียมปุ๋ยหมัก 1.นำมูลช้างหรือมูลสุกรและรำละเอียดทั้งหมดกองรวมและคลุกเคล้ากัน 2.ราดด้วยจุลินทรีย์หน่อกล้วยให้ชุ่ม 3. หมักให้เย็น ประมาณ 2 เดือน 4.นำไปคลุกผสมกับดินที่เตรียมเพาะปลูกพืช 5.สามารถนำไปใช้ในการปลูกพืชได้


.

.

-ขอขอบคุณ kasetsanjorn