จุกอยู่ในอก เมื่อผลตรวจ NIPs บอกว่าลูกในท้องเป็นดาวซินโดรม อ่านเเล้วน้ำตาซึม

0
95

สวัสดีค่ะ เรื่องมันผ่านมาแล้วหมาดๆ เราอยากเล่าเผื่อแม่ๆที่กำลังเจอสถานะแบบเดียวกัน

เราอายุ 33 ปี แต่งงานมาสองปี ปล่อยมีน้องมา 1 ปี ไม่เคยกินยาคุม ไม่เคยยิ้ม มีแฟนคนแรก และเป็นคนที่เป็นสามีปัจจุบัน

นี่เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น

ข่าวดีมาเมื่อ ธันวา 2561 ช่วงนั้นเราทำงานหนัก เป็นลักษณะงานเราเป็น วิศวกร ที่ทำงานเกี่ยวกับ
เครื่องจักรแบบโรงกลึง เราคลุกกับงานแบบนั้น งานแบบผู้ชาย สารเคมีก็มีน้ำหล่อเย็น น้ำมันเครื่องจักร และก๊าซที่เกิดจากการเสียดสีของเหล็กกับโลหะ เหม็นๆหน่อย

ข่าวดีมาพร้อมกันกับงานที่ยุ่งประจำเดือนเราไม่มาสิบกว่าวันล่ะ ขอสามีให้ซื้อที่ตรวจมาให้ ช่วงเช้าวันถัดมา เรานำที่ตรวจมาตรวจขณะรอตรวจ เราก็อาบน้ำไปด้วย ออกมาจากห้องน้พ เจอ สองขีด เราดีใจมาก ยื่นให้สามี สามียิ้มหน้าบาน ยิ้มไม่หุบไปเลยทั้งวัน

นี่เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น

วันถัดมาเราสองคนไปฝากครรภ์กับหมอที่โรงพยาบาล วันแรกหมอเจาะเลือก เพื่อตรวจธาลัสซิเมีย ถ้าเจอว่าของแม่เป็นธาลัสซิเมีย ก็ต้องนำเลือดพ่อมาตรวจด้วยว่าเป็นหรือเปล่า แล้วสายพันธุ์เดียวกันด้วยไหม ผลปรากฎว่าเรา ไม่เป็นธาลัสซิเมียแฝงอยู่เลย

นัดของหมอรอบที่ 2 หมอแนะนำ ให้ตรวจเลือด เพื่อตรวจคัดกรอง โรคดาวซินโดรม ราคาค่าตรวจส่งแลป ญี่ห้อ สายพันธ์เกาหลี เรียกง่ายๆ ว่าตรวจแบบ NIPs ราคาอยู่ที่ 25,000 บาท เราสองคนตัดสินใจตรวจ พยาบาลเจาะเลือดไปสองหลอด เป็นอันเสร็จ

นี่เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น

เช้า 9.00 ของวันจันทร์ สามสัปดาห์ ถัดมา เรานั่งประชุมอยู่ คุณพยาบาล โทรนัดมาหาหมอด่วน เพราะบอกว่าผลตรวจเลือดออกแล้ว เย็นวันนั้น เราและแฟน ก็ไปหาหมอเลย

หมอเรียกเข้าห้อง แล้วโชว์ ผลเป็นกราฟแท่ง โชว์ กราฟโคโมโซมทุกคู่ แต่กราฟของเรามี โครโมโซมที่ 21 ที่โดด ติดค่า + ติด Max เลย หมอบอกผลว่า เด็กในท้องมีโอกาสสูงมาก ว่าเป็นโรคดาวซินโดรม แฟนเราอึ้ง นิ่งไม่พูดอะไรเลยซักคำเดียว เราทำใจดี ฝืนยิ้ม แล้วถามหมอว่า กี่ % ค่ะที่ผลจะผิดพลาด หมอแจ้งว่า ความแม่นยำ 99.5% ความนิ่งเงียบภายในห้องเกิดขึ้น

นี่เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น

หมอพูดเสริมว่า ถ้างั้น เดี๋ยวรออายุครรภ์สี่เดือนกว่า มาเจาะน้ำคล่ำใหม เพื่อพิสูจน์ ว่าเขาเป็นดาว จริงหรือไหม ถ้าน้ำคล่ำออกมาว่า เขาไม่ไป หมอจะให้เชื่อน้ำคล่ำมากกว่า ผลเลือดคัดกรอง แค่การวิเคราะห์ แต่ผลน้ำคล่ำคืดวิจัยเพราะเราเห็นรูปร่างโครโมโซฒเลย

ณ ตอนนั้นในห้องตรวจ เรายังฝืนยิ้มได้ แต่แฟนเรายังนิ่งเงียบแบบเดิม หมอถามว่าจะเอายาไปกินบำรุงอีกใหม หรือไม่ต้องแล้ว ณ คำพูดนั้นจบ เราแทบจะกลั่นน้ำตาเราไม่อยู่

เราตอบหมอไปว่า

เรา : “รับค่ะ หนูยังแอบหวังว่าผลจะออกมาผิดพลาด หนูอยากบำรุงเขาให้ดีที่สดุ”

หนูขอสำเนาเอกสาร ผลตรวจด้วยได้ใหมค่ะ

คุณหมอ : ‘ ได้ๆ เดี่ยวให้คุณพยาบาลสำเนาให้”

ออ โครโมโซมเด็ก เป็นเพศชายน่ะครับ”

เรากับแฟนออกมานั่งรอข้างนอก ณ ตอนนั้น เรายังกลั่นน้ำตาอยู่

แต่จังหวะที่เดินไปรับยาที่ห้องยา น้ำตาจากไหลไม่รู้ ไหลออกมาเหมือนน้ำตก พร้อมน้ำมูก

ขณะนั้น เราควบคุมอะไรในร่างกายไม่ได้เลย แฟนเรามากอดเราแล้วบอกว่า รอผลน้ำคล่ำน่ะ

นี่เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น

หลังจากนั้นมา อาการแพ้ท้องเราก็เริ่มเยอะขึ้น อ้วก กินแล้วอ้วก น้ำหนักลด แต่เราพยายามกินให้ มากมื้อที่สุด เพื่อเด็กน้อย ลูกชายตัวน้อยของเรา และมีเหตุการณ์ที่ทำให้เราเครียดและออกเดินทาง ทางเครื่องบินอีกสองรอบ เดี๋ยวจะเล่าแยกกระทู้ค่ะ

จนถึงวันนัดของหมออีกรอบ เป็นการนัด เพื่อที่จะเตรียม เจาะเลือดเช็คโครโมโซม อายุครรภ์ สี่เดือนกว่านิดๆ
เมื่อวันที่ 18/2/2562 ที่ผ่านมา

หมอเรียกเข้าห้องตรวจ หมอนำเครื่องตรวจหัวใจเด็กมา ตรวจที่ท้องเรา ผลปรากฎไม่เจอ การเต้นของหัวใจเด็ก
เลยตัดสินใจอัลตร้าซาว

นี่เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น

รออีกนิด เพื่อให้พยาบาลเรียกเข้าห้องอัลตร้าซาว เจลเย็นถูกทาที่ท้องอีกรอบ ภาพเด็กก็ปรากฎขึ้น เด็กเป็นตัว แต่ไม่ดิ้น หัวใจไม่เต็น แต่สภาพรก เกาะติดปรกติ สภาพเด็กมีต้นคอที่หนามาก ท้องบวม สมองเขามีแล้ว แขนขามี น้ำคล่ำน้อย

หมอสรุปว่า น้องเป็นดาวซินโดรมจริง และเสียในท้องเราแล้วราวๆ หนึ่งอาทิตย์ เรา ณ ตอนนั้น ไม่มีอาการร้องไห้ เพราะเราร้องไห้ เรื่องผลตรวจเลือดมาพักใหญ่แล้ว ส่วนคุณพ่อก็สอบถาม รายระเอียดหมอ หมอพูดขึ้นว่า “ลูกสงสารแม่ เขายอมเสียตัวเองก่อน ก่อนที่จะให้แม่เจ็บเจาะน้ำคล่ำอีกรอบ”

วันนี้เราหมดคำถามกับหมอแล้ว มีแค่คำถามเดียวว่า “หนูจะนำเขาออก โดยวิธีใหนเหรอค่ะ”

หมอตอบว่า ด้วยการ

1 เหน็บยา และให้ย่าเร่งบีบมดลูก และขุดมดลูกตามมา

2. ถ้าน้องไม่ออก หนีบน้องออกมาและขูดมดลูก แต่หมอไม่อยากทำ เพราะเสี่ยงมดลูกฉีกขาด

จากการหนีบ การขูดที่แรงเเกินไป

หมอถามวัด นอนโรงพยาบาลเหน็บยาวันนี้เลยมั้ย เราขอปฎิเสธ เพราอยากไปเครียงานที่โรงงานก่อน เราเลยขอนัด หมอเหน็บยา รุ่งเช้าวันถัดไป (คืนนี้อยากเตรียมตัว เตรียมใจด้วย)

รุ่งเช้า เรากับแฟนมาแต่เช้า เข้ามานอนรอที่ห้องรอคลอด พยาบาลเจาะ ให้น้ำเกลือผสมย่าเร่งบีบมดลูด
นอนสักสอง ชั่วโมง คุณหมอมาเหน็บยา และล้วงมือที่มียา เข้าไปในช่องคลอด ล้วงเข้าไปลึกหน่อย เพื่อให้ใกล้ปากมดลูกมากที่สุด มีแอบสะดุ้ง แต่ไม่เจ็บมาก หลังจากนั้น side effect เราหนาวสั่น ต้องขอผ้าห่มสามผืน และปิดแอร์
พยาบาลมาวัดไข้ ได้ 37.9 เราเริ่มไข้ขึ้น

นี่เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น

เรานอนรอห้องนั้น เตียงนั้น อยู่คนเดียวนานมาก นอนหนาวสั่น แบบสั่นเหมือนหมาตกน้ำเลยล่ะ คิดว่าจะตายเพราะหนาวซ่ะแล้วเนี๋ยะ ตอนนั้นไข้ขึ้นมา 39.0 แต่ยังโอเค รับยาพาราไป 1 เม็ด

ตั้งแต่ 8.00 -15.00 ปวดหน่วงๆ เรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่มีอาการปวดท้องหนัก หรือน้ำไหลเลย มีแค่อาการท้องเสีย สองรอบ แซมๆมา หลังจากนั้น หมอมาเหน็บยา อีกครั้ง และรออีก จนถึง 21.00 เราเริ่มปวดมาก ปวดมากกว่าปวดเม็น 10 เท่า ปวดจนอยากต่อยผนังให้มือแตก ตอนนั้น สามีเข้ามาเห็นพอดี เขาตกใจมาก เขาสงสารเรามาก เราไม่เคยร้องปวดอะไรขนาดนี้มาก่อน

นี่เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น

เราปวดมาก เป็นระยะ ระยะ อีก 20 นาทีถัดมา มีน้ำไหลออกมา เรารีบเรียกพยาบาล บอกว่า ออกมาแล้วค่ะ พยาบาลวิ่งมาดู แต่เขาบอกว่าแค่ ฉี่แตก เราก็ปวดเบ่งต่อ สุดท้ายมีพยาบาลอีกคนมาดู ท่านนี้บอกว่าน้ำคล่ำแตกแล้ว เขาล้วงมือไปเช็คที่ปากมดลูก พบว่าเปิด 3 เซ็นแล้ว พยาบาลจึงโทรเรียกหมอมาดู

หมอมาดู จนน้องออกมา สภาพน้อง เราเห็นเป็นแค่ก้อนสีแดง เราไม่กล้ามอง เราสงสารเขา เรารู้แค่ว่าเรารักเขา ขอให้เขาไปเกิดในภพภูมิที่ดี หรือไปเกิดกับคนที่ดี และรักเขา หรือถ้ามีบุญต่อกันอีก ขอให้เขามาเกิดกับเราอีก ในสภาพที่ครบ 32 แข็งแรงทั้งกายทั้งใจ

หมอถามว่า คุณพ่อ อยากดูใหม พยาบาลจึงวิ่งไปถามคุณพ่อที่รอข้างนอก สามีหนู เขาไม่อยากดู เพราะเขาอยากจำภาพในจินตนาการของเขามากกว่าสภาพที่อยู่ปัจจุบัน

นี่เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น

หลังจากนั้นหมอนำเครื่องอัลตร้าซาวมาเช็ค ก้อนเลือด หรือว่ารกคงค้างอีกรอบ พบว่ายังมีส่วนที่ค้างอยู่ เลยพาเราขึ้นขาหยั่ง แล้วขูดมดลูก โดยการฉีดยาสลบก่อน

เราตื่นมาอีกที ก็พบว่าหมอขูดมดลูกเสร็จแล้ว แล้วให้เราใส่ผ้าอนามัย และ ย้ายเราไปห้องพิเศษที่เราขอไว้ล่วงหน้า
พร้อมกับเจาสามี ที่เข้ามากอด ปลอบเรา รวมเวลาตั้งแต่นอนรอ ถึงเวลาเสร็จ 8.00-01.00

นี่เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น

วันรุ่งนี้ เราก็กลับบ้านได้ พร้อมอาการปวดหน่วง ปวดหลังค่ะ และลางานพักผ่อน ตอนที่เราพิมพ์ คือเหตุการณ์ เพิ่งเกิดขึ้น เมื่อวาน เราอยาก เล่าเป็นประสบการให้แม่ๆ หรือว่าที่แม่ๆท่านอื่นได้อ่านและเข้าใจค่ะ