ส่องชีวิต “โจว ฉุนเฟย” เอาชนะความจน จากสาวโรงงาน สู่นักธุรกิจหญิงแสนล้าน

0
109

เปิดชีวิต โจว ฉุนเฟย สาวแกร่งแดนมังกร ด้วยความเพียรและไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา พลิกชีวิตจากสาวโรงงาน สู่นักธุรกิจหญิงที่รวยสุดในประเทศจีน

หากจะเอ่ยถึงบุคคลซึ่งเป็นที่จับตามองในแวดวงธุรกิจปัจจุบันนี้ เชื่อว่าคงไม่มีมีใครที่ไม่เคยได้ยินชื่อของ โจว ฉุนเฟย (Zhou Qunfei) นักธุรกิจหญิงชาวจีนวัย 45 เจ้าของฉายา “ราชินีแห่งกระจกโทรศัพท์” ซึ่งเพิ่งจะขึ้นครองบัลลังก์สตรีที่ร่ำรวยที่สุดในแผ่นดินจีน ด้วยสินทรัพย์มหาศาลร่วม 7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.4 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดของสตรีผู้นี้ เห็นจะหนีไม่พ้นประวัติความเป็นมาของเธอ ที่สามารถไต่เต้าขึ้นจากสาวโรงงานตัวเล็ก ๆ ก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นเจ้าของธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลในปัจจุบัน

สำหรับชีวิตในวัยเด็กของ โจว ฉุนเฟย เธอเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน ในเมืองเสี่ยวเซียง ทางชนบทของมณฑลหูหนาน พ่อของเธอตาบอดจากอุบัติเหตุเมื่อช่วงทศวรรษที่ 60 ขณะที่แม่ของเธอก็ด่วนจากไปตั้งแต่ โจว ฉุนเฟย มีอายุได้เพียง 5 ขวบ ซึ่งจากความยากลำบากที่เผชิญทำให้ โจว ฉุนเฟย ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนเมื่อครั้งมีอายุได้ 15 ปี เพื่อเริ่มต้นทำงานหาเงินมาจุนเจือครอบครัว

โจว ฉุนเฟย ตัดสินใจเข้ามาทำงานเป็นสาวโรงงานในนครเสิ่นเจิ้น และในระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปี โจว ฉุนเฟย ก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ควบคุมการผลิตกระจกสำหรับนาฬิกาทั้งหมดของโรงงานแปรรูปแห่งนั้น ทว่าไม่นานนักโรงงานเล็ก ๆ แห่งนี้ก็ได้ปิดตัวลง โจว ฉุนเฟย จึงต้องเปลี่ยนงานอีกหลายครั้ง

ก่อนจะตัดสินใจนำความรู้ด้านการผลิตกระจกที่ได้รับจากโรงงานแห่งแรก ออกมาก่อตั้งบริษัทเล็ก ๆ เป็นของตัวเองเมื่อปี 2536 ซึ่งเริ่มประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดในปี 2544 หลังบริษัทของเธอได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้จัดจำหน่ายกระจกสำหรับทำหน้าจอโทรศัพท์มือถือแบรนด์ TCL

จากนั้นในปี 2547 โจว ฉุนเฟย ก็ได้เปิดตัวบริษัท เลนส์ เทคโนโลยี ซึ่งได้พัฒนาขึ้นไปสู่การเป็นผู้จัดจำหน่ายกระจกกันรอยและจอทัชสกรีนรายใหญ่ให้แก่บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่หลายค่าย ไม่ว่าจะเป็น Apple, Samsung รวมถึง Huawei โดยผลิตภัณฑ์ของ เลนส์ เทคโนโลยี ไม่ได้ถูกนำมาใช้ประกอบเข้ากับสมาร์ทโฟนต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงแท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ อีกมากมาย

ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ของกานซู โจว ฉุนเฟย ได้เผยถึงเคล็ดลับในความสำเร็จของเธอ ว่าเกิดจากความปรารถนาที่จะเรียนรู้นั่นเอง

ความสำเร็จในปัจจุบันของ โจว ฉุนเฟย เป็นสิ่งสะท้อนได้อย่างดีถึงความเพียรและคติในการทำงานของเธอ โดย โจว ฉุนเฟย ได้เคยให้สัมภาษณ์หลังจากที่บริษัทของเธอได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ว่า “สองครั้งแล้วที่ฉันต้องขายบ้านมาเพื่อจ่ายเงินเดือนให้แก่คนงาน มันเหมือนการปีนเขา ไม่ใช่ความแข็งแรงทางกายภาพที่พาคุณขึ้นไปสู่ยอดเขาได้ หากแต่เป็นความดื้อรั้นและความเพียรของคุณต่างหาก”

นอกจากนี้ โจว ฉุนเฟย ยังได้ยกเครดิตสำหรับความสำเร็จในธุรกิจให้แก่คุณครูในอดีตของเธอด้วย “หากไม่ได้คุณครูในโรงเรียนประถมที่คอยเตือนฉันให้เป็นคนช่างสังเกต ฉันอาจไม่มีแรงบันดาลใจในการคิดสิ่งประดิษฐ์ของฉันเองก็เป็นได้” โจว ฉุนเฟย กล่าว โดยอ้างอิงถึงการประดิษฐ์กระจกกันรอยของเธอ ที่ทำเงินให้แก่บริษัทของเธอร่วมพันล้านหยวน

อย่างไรก็ตามแม้จะว่า โจว ฉุนเฟย จะก้าวขึ้นมาเป็นนักธุรกิจผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก แต่เธอก็ยังคอยย้ำเตือนตัวเองเสมอไม่ให้หลงระเริงไปกับชื่อเสียงที่ได้รับ โดยหูหนานเดลี่ ได้ยกคำพูดที่เธอเคยให้สัมภาษณ์ไว้ ระบุว่า “ฉันไม่ได้มีคุณสมบัติเหมาะจะเป็นคนโปรไฟล์สูง ฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะไม่หลงระเริงไปเมื่อประสบความสำเร็จ และไม่ปล่อยให้ตัวเองรู้สึกมืดมนในช่วงเวลาที่ย่ำแย่” โจว ฉุนเฟย กล่าว

ด้วยความเพียรพยายามอุตสาหะ และไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ทำให้เรื่องราวของ โจว ฉุนเฟย ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้แก่แรงงานจีนหลายล้านคน ให้พวกเขาได้เชื่อได้ว่าการทำงานอย่างหนักในปัจจุบันของพวกเขาอาจนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ในสักวัน และแน่นอนว่าทัศนคติของเธอก็ยังเป็นเหมือนแสงส่องทางให้คนทั่วไปได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้ได้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้นอกเหนือจากข้อคิดและทัศนคติดี ๆ จาก โจว ฉุนเฟย ดังที่ปรากฏข้างต้นแล้ว ยังมีนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จมากมายบนโลก ที่ได้เผยเคล็ดลับความสำเร็จของพวกเขา ให้เราได้กลับไปขบคิดและสามารถยึดถือเป็นแนวทางสู่ความสำเร็จของเราได้เช่นกัน ก็สุดแล้วแต่ว่าเราจะเลือกยึดเอาใครเป็นแรงบันดาลใจสู่อนาคต

“ผมเชื่อใน 2 อย่าง คือ ทัศนคติของคุณนั้นสำคัญกว่าความสามารถ และการตัดสินใจของคุณก็สำคัญกว่าความสามารถเช่นเดียวกัน” แจ็ค หม่า แห่ง Alibaba

“ถ้าคุณเกิดมาจน มันไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่ถ้าคุณตายโดยที่ยังจนอยู่ นั่นแหละคุณผิดแน่” บิล เกตส์ แห่ง Microsoft

“ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จ เพราะหากผมประสบความสำเร็จ ผมก็คงจะเกษียณตัวเองไปแล้ว” เทอร์รี่ เกา แห่ง Foxconn