ผมปลูกมาเยอะ พลูนี่แหละ แค่มีเทคนิคดี ปลูกครั้งเดียวก็เก็บขายได้ตลอด

0
424

วันนี้เราจะพาทุกคนไปที่สวนพลูของ นายมาโนช สูญกลาง ซึ่งเป็นชาวเกษตรกรที่ตำบลบ้านไร่ อำเภอเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี โดยศูนย์แห่งนี้มีการปลูกพลูสายพันธุ์เขียวและเหลือง ที่ขึ้นอย่างสมบูรณ์ในร่องสวนบนพื้นที่ 4 ไร่


ซึ่งกลายเป็นรายได้หลักของครอบครัวนี้มานานกว่า 4 ปีจนสามารถหมดหนี้หมดสินและสามารถส่งลูก 3 คนเรียนจบปริญญาตรีได้เป็นที่สำเร็จ

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ปลูกฝรั่ง ชมพู่ และองุ่นพันธุ์ไวท์มะละกา

แต่จากการที่ นาย มาโนช ได้ศึกษาหาข้อมูลก็ได้พบว่า พลูเป็นพืชที่น่าสนใจ การดูแลไม่ยุ่งยากปลูกครั้งเดียวก็สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องได้เรื่อยๆ ตลอดทั้งปี

จึงได้นำพลูมาทดลองปลูกที่สวนจำนวน 400 หลัก โดยในปัจจุบันมีการขยายการปลูกพลูจำนวน 1200 หลักเลยทีเดียว

ซึ่งแบ่งเป็นภูเขียว 800 หลัก โดยจะมีลักษณะใบบาง ใบมีขนาดใหญ่คล้ายใบโพธิ์ มีสีเขียวเข้ม รสชาติเผ็ด นิยมนำไปใช้ในงานที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมต่างๆ

และพลูเหลืองอีก 400 หลัก โดยจะมีลักษณะใบขนาดเล็ก ปลายใบเรียวยาว และจุดเด่นคือรสชาติไม่เผ็ดมากจึงนิยมนำมาบริโภค

โดย นาย มาโนช ยังบอกอีกว่า พืชชนิดนี้จะเป็นพืชที่ชอบแสงแดดและความชื้นเป็นอย่างมาก จึงได้มีการเลือกปลูกแบบร่องสวน และใช้แสลนขึงเพื่อให้เกิดร่มเงา

จากนั้นจึงเตรียมเสาสำหรับทำค้างให้พลูเลื้อย สูงจากระดับพื้นดิน 3 เมตร โดยเสา 1 หลัก จะใช้ต้นพันธุ์จำนวน 3 ต้น ปลูกลงในหลุม รดน้ำเช้า-เย็น

.

ต้องหมั่นสังเกตดินจะต้องชื้นแต่ไม่แฉะหรือมีน้ำขังมากเกินไป ใส่ปุ๋ยคอกสลับกับปุ๋ยยูเรีย ทุกระยะ 20 วัน รวมไปถึงป้องกันการเกิดโรคราดำ และโรคแอนแทรคโนส ด้วยการโรยไตรโคโดม่าที่โคนต้น และหมั่นรดน้ำที่ใบพลูล้างน้ำค้างในตอนเช้า

.

“รอประมาณ 8 เดือน ก็จะสามารถเก็บผลผลิตได้ ในการเก็บผลผลิตจะเลือกเก็บ จะดูที่ขนาด สี และความหนา คือใบพลูต้องไม่อ่อนหรือแก่เกินไป มีสภาพสมบูรณ์ สีเขียวเข้ม

โดยจะทำการเก็บเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งพลู 1 หลักจะสามารถให้ผลผลิตได้ประมาณ 2 กิโลกรัม

ทำให้พี่มาโนชมีใบพลูออกจำหน่ายเดือนละกว่า 2,000 กิโลกรัม ราคาที่จำหน่ายอยู่ระหว่าง 30 – 70 บาท” นายมาโนช กล่าว

สำหรับช่องทางการจำหน่ายจะแบ่งเป็นการขายท่อนพันธุ์ โดยพี่มาโนช จะตัดเถาพลูออกเป็นท่อน ให้มีข้อตาติดประมาณ 2-3 ข้อ นำไปปักชำในถุงเพาะ ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน จะเกิดรากงอกสมบูรณ์

สามารถส่งขายได้ และอีกรูปแบบคือตัดใบขาย โดยจะมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงที่หน้าสวน ทั้งนี้ราคาที่จำหน่ายอยู่ระหว่าง 30 – 70 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาความต้องการของตลาด

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.khaosod.co.th