สงรานต์นี้ ครม. ใช้ไม้เด็ดลดอุบัติเหตุ มากับคนเมา โดนโทษด้วย

0
207

ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ติดอันดับต้น ๆ การเกิดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ แม้ทางรัฐเองก็มีกฎหมายข้อบังคับต่าง ๆ ออกมาเพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุเหล่านี้ แต่ก็ดูเหมือนว่ายังไม่ค่อยได้ผลเท่าไรนัก เมื่อดูจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุที่มีสาเหตุเกิดจากการเมาแล้วขับยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้มาถึงว่า มีความเป็นห่วงกังวลปัญหาการจราจรช่วงวันหยุดราชการ ซึ่งมีการทำถนนไปหลายเส้น ทำรถไฟไปหลายสาย

แต่ยังไม่เรียบร้อยสมบูรณ์ ต้องใช้เวลาถึง 5 ปี ในการทำเรื่องเหล่านี้เพื่อลดปัญหาการจราจรในต่างจังหวัดเพื่อไม่ให้รถติด ส่วนนี้เป็นการแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้าง

โดยใช้มาตรการลงโทษผู้ขับที่ทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งในเรื่องทรัพย์สินและอื่นๆ ที่ผ่านมาว่าด้วยประมาทอย่างเดียว

ใช้วิธีเจรจาชดใช้ค่าเสียหายแล้วก็จบไม่ได้อีกแล้ว ต้องมุ่งไปสู่การพิจารณาลงโทษคดีอาญาด้วย ซึ่งมีกฎหมายอยู่แล้ว เป็นกฎหมายเก่าที่มีอยู่แล้ว เดี๋ยวจะว่าไปรังแกประชาชนอีก

“ถ้าขับแล้วดื่มชนคนตายต้องติดคุก เพราะกฎหมายเป็นอย่างนี้ ถ้าใช้ความเร็วมากเกินไปจนมีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินผู้อื่น

จะต้องลงโทษคดีอาญาและคดีแพ่ง ไม่อย่างนั้นก็หลุดกันหมด ขอเตือนผู้ขับรถด้วยความคึกคะนอง คนที่ชอบดื่มเวลาขับรถ แม้กระทั่งคนที่ร่วมเดินทางไปด้วย ก็ต้องถูกพิจารณาด้วยที่ไม่ห้ามปราม”

นายกรัฐมนตรี เผยต่อว่า ฉะนั้นผู้ที่ขับรถโดยสาร รถแท็กซี่ ต้องขับรถด้วยความไม่ประมาท หรือทำให้เกิดความสูญเสียกับผู้อื่น สงสารเขาบ้าง

สำหรับการเพิ่มเติมอัตราโทษในความผิด ฐานขับรถในขณะเมาสุรา หรือของเมาอื่นๆ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับขั้นต่ำเพิ่มเป็น 10,000 บาทถึง – 20 ,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ มีกำหนดไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรือเพิกถอนใบอนุญาต และเพิ่มมาตรการยึดรถในชั้นศาล ไม่เกิน 7 วัน

ส่วนโทษในเรื่องของการเมาแล้วขับแล้วทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ คงโทษเดิมคือ จำคุก 1 – 5 ปี ปรับ 20,000 – 100,000 บาท พักใช้ใบอนุญาตฯ ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตฯ

ส่วนเมาแล้วขับแล้วเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสจำคุก 2 – 6 ปี ปรับ 40,000 – 120,000 บาท พักใช้ใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาต แต่หากเมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย คงโทษ จำคุก 3 – 10 ปี ปรับ 60,000 – 200,000 บาทรวมทั้งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

นอกจากนี้ ที่น่าสนใจอีกประเด็นคือการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย เดิมนั้นกฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถสั่งทดสอบได้ แต่ไม่กำหนดวิธีการ

แต่ในกฎหมายใหม่นี้จะกำหนดวิธีการให้เจ้าหน้าที่ใช้ในการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย ด้วยการทดสอบ ลมหายใจปัสสาวะ เลือดหรือวิธีการอื่นๆ ได้ แต่ต้องเท่าที่จำเป็น สมควร และเจ็บปวดน้อยที่สุด