เปิดไทม์ไลน์ บิ๊กโจ๊ก นายพลหนุ่มดาวรุ่ง สู่วันอับแสง ถูกย้ายชื่อพ้นตำรวจ สอบทุจริต

0
166

เปิดไทม์ไลน์ บิ๊กโจ๊ก นายพลอายุน้อยที่สุด โดนเด้งแล้วเด้งอีก ล่าสุดถูกย้ายสอบทุจริต

ในรอบสับดาห์ข่าวใหญ่ที่สังคมพุ่งความสนใจชนิดกลบกระแสความร้อนแรงทางการเมืองไปเลย คงหนีไม่พ้นกรณีเด้งฟ้าผ่า พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล เจ้าของฉายา โจ๊ก หวานเจี๊ยบ นายพลหนุ่มคนดังมากผลงานด้านการปราบปรามการกระทำผิดทางเทคโนโลยี ที่หลายฝ่ายเคยจับตาว่ามีโอกาสสูงที่จะผงาดสู่ตำแหน่งสูงสุดของวงการตำรวจได้ในอนาคต

ข่าวการสั่งเด้งนายพลชื่อดังนี้ถูกพูดถึงในวงการสีกากีตั้งแต่กลางดึกวันที่ 5 เมษายน 2562 และถูกสื่อนำเสนอออกไปในช่วงเช้าของวันที่ 6 เมษายน

จนกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ที่หลายคนอยากรู้เสียให้ได้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีใครสามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ มีเพียงคำถามมากมายที่ยังไม่มีคำตอบเกี่ยวกับชะตากรรมที่ยังคลุมเครือของนายพลหนุ่มผู้นี้

ขณะเดียวกันก็มีคนอีกไม่น้อยที่ไม่เชื่อว่า พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ จะถูกสั่งย้ายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเช่นนี้ เพราะด้วยความที่เจ้าตัวเป็นนายตำรวจคนสนิทของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แถมยังมีผลงานจับกุมคดีสำคัญต่อเนื่องในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.)

จนกระทั่ง พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 232/2562 ลงวันที่ 5 เมษายน 2562 เรื่องข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ ให้ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) อาคารที่ 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม

เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย ซึ่งถือเป็นการยืนยันข่าวการถูกเด้ง พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ ได้อย่างชัดเจน

แต่ถึงอย่างนั้นจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีใครออกมาชี้แจงเหตุผลการสั่งย้ายในครั้งนี้ โดยเฉพาะ พล.อ. ประวิตร และ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ผู้ลงนามคำสั่ง จนทำให้ประเด็นการสั่งย้ายในครั้งนี้ถูกคาดเดาโยงเรื่องราวไปต่าง ๆ นานา เช่น การโยงเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ที่ช่วงหลังมานี้นายพลหนุ่มดาวรุ่งพุ่งแรง มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดข้ามหัวรุ่นพี่แบบไม่เห็นฝุ่น

จากตำรวจโนเนมใช้เวลาไม่กี่ปีในการขึ้นมาคุมหน่วยงานสำคัญอย่าง สตม. รวมถึงยังเป็นคนที่มีอิทธิพลสำคัญต่อการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ

ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความไม่พอใจจากรุ่นพี่ได้ รวมถึงการคาดเดาผูกเรื่องไปถึงการทุจริตต่าง ๆ ที่นายพลหนุ่มคนนี้อาจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

 

ล่าสุดมีรายงานว่า พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ ได้เดินทางเข้ามารายงานตัวที่ ศปก.ตร. เป็นวันที่ 3 หลัง ผบ.ตร. มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไปปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา โดยนำรถยนต์จอดไว้ที่ชั้นใต้ดินของอาคาร 1 ตร. โดยใช้เวลาอยู่ที่ ศปก.ตร. ประมาณ 2 ชั่วโมง โดยเจ้าตัวได้ร่วมประชุม ศปก.ตร. ก่อนเดินทางกลับขึ้นรถที่จอดซ่อนไว้ในเวลาประมาณ 10.00 น.

นอกจากนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 2/2562 เรื่อง ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มเติม และแต่งตั้งให้ดำรงตําแหน่ง ตามที่ได้มีคําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 16/2558 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบและกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2558 นั้น เห็นสมควรประกาศรายชื่อบุคคลเพิ่มเติมจากรายชื่อตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งหัวหน้า คสช. สั่งและแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งตามกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ในสํานักนายกรัฐมนตรี

จึงมีคําสั่งให้ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ อยู่ในบัญชีรายชื่อเพิ่มเติมตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 16/2558 และให้ขาดจากตําแหน่งหน้าที่ และอัตราเงินเดือนเดิม เพื่อโอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทบริหารระดับสูง และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง)

โดยให้นายกรัฐมนตรีนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ซึ่งการโดนสั่งย้ายดังกล่าวโดยให้ขาดจากความเป็นข้าราชการเดิมไปสังกัดข้าราชการใหม่ดังกล่าว ในมุมของข้าราชการโดยเฉพาะวงการตำรวจถือเป็นเรื่องหนักสุด เพราะจะหมดสิทธิ์จบชีวิตราชการในฐานะตำรวจ และจากนี้คงต้องติดตามกันต่อว่าเส้นทางชีวิตที่ดูเหมือนจะสวยงามของ โจ๊ก หวานเจี๊ยบ สุดท้ายจะลงเอยเช่นไร

เนื้อหาโดย : https://www.kapook.com/