สะเทือนแอฟริกา! จีนจ่อยึดทรัพย์ยูกันดา หลังกู้เงินเเล้วไม่มีปัญญาใช้คืน

0
337

ยูกันดาอาจโดนจีนยึดทรัพย์ เหตุค้างชำระเงินกู้มหาศาล เช่นเดียวกับประเทศต่างๆ ที่เป็นลูกหนี้จีนต่างก็ถูกจีนเข้ายึดกิจการต่างๆ ของรัฐแล้ว


รัฐบาลยูกันดาในขณะนี้มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียทรัพย์สินหลักของรัฐให้กับประเทศจีนโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้

African Stand รายงานเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วว่า รัฐบาลยูกันดามีความเสี่ยงที่จะสูญเสียท่าเรือ “มอมบาซา” ที่เป็นท่าเรือสำคัญให้กับเจ้าหนี้เงินกู้รายใหญ่อย่างประเทศจีน หากยูกันดาล้มเหลวในการชำระคืนเงินกู้จำนวนมากคืนแก่จีน แต่เจ้าหน้าที่รัฐของทั้งจีนและเคนยากลับปฏิเสธว่า กรรมสิทธิ์ของท่าเรือไม่ได้ตกอยู่ในความเสี่ยง

เวลานี้ตอนนี้ในสายตาชาวโลกกำลังเพ่งเล็งไปยังรัฐบาลจีน และกล่าวหาว่าเป็นพวกอันธพาลยึดครองทั่วแอฟริกา
และด้วยการเข้าไปลงทุนอย่างมหาศาลในแอฟริกานั้น ทำให้มีการส่งคนงานชาวจีนหลายพันคนเข้ามาในแอฟริกาเพื่อดำเนินธุรกิจต่างๆ ของคนจีน

นอกจากจะทำให้คนในท้องถิ่นจะถูกแย่งงานบางประเภทแล้ว จีนยังได้ทำลายสภาพแวดล้อม พร้อมนำแร่มีค่าจากเหมืองต่างๆ ในแอฟริกา เช่นทองแดง ทองคำ และเพชรกลับประเทศ และทำข้อตกลงกับนักการเมืองที่ทุจริตเพื่อปล้นทรัพยากรของประเทศ

“กรณีนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างของการใช้เงินกู้และความช่วยเหลือของจีนที่มีความทะเยอทะยานที่จะสร้างอิทธิพลไปทั่วโลก” นิตยสารนิวยอร์กไทม์สกล่าวในวันที่ 12 ธันวาคม 2017


ทั้งนี้ผู้ตรวจสอบบัญชีของยูกันดาได้เตือนในรายงานที่ประกาศออกมาในเดือนนี้ว่า หนี้สาธารณะของประเทศตั้งแต่มิถุนายน 2017 – 2018 เพิ่มขึ้นจาก 9.1 พันล้านดอลลาร์เป็น 11.1 พันล้านดอลลาร์ โดยเงื่อนไขที่ระบุในสินเชื่อถือเป็นภัยคุกคามต่อสินทรัพย์อธิปไตยของยูกันดาอย่างร้ายแรง

โดยในสัญญากู้ยืมระบุว่า “ในการให้กู้ยืมเงินบางส่วนนั้น ยูกันดาได้ตกลงที่จะสละอำนาจอธิปไตยเหนือคุณสมบัติดังกล่าวเมื่อเริ่มต้นทำสัญญากู้

ประเทศจีนถือเป็นหนึ่งในผู้ให้กู้รายใหญ่ที่สุดของประเทศยูกันดาด้วยโครงการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ มูลาค่าราว 3 พันล้านดอลลาร์ผ่านธนาคารของรัฐ

เช่นเดียวกับประเทศโซมาเลีย ที่ชาวประมงท้องถิ่นกำลังดิ้นรนเพื่อแข่งขันกับเรือประมงต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจจับปลาในน่านน้ำของตัวเอง เมื่อรัฐบาลได้ออกใบอนุญาตการทำประมง 31 ฉบับให้กับเรือประมงข้ามชาติจากจีน

บทเรียนนี้ได้เกิดขึ้นกับประเทศในแถบเอเชียเช่นกัน โดยเมื่อในเดือนธันวาคม 2560 รัฐบาลศรีลังกาได้โอนกรรมสิทธิ์ท่าเรือ “Hambantota” ให้กับประเทศจีนเป็นระยะเวลาเช่า 99 ปี หลังจากไม่สามารถแสดงข้อผูกพันในการชำระเงินกู้จำนวนหลายพันล้านดอลลาร์ได้

นอกจากนี้ในเดือนกันยายน 2018 African Stand รายงานด้วยว่า จีนกำลังเข้ายึดบริษัทของรัฐบาลประเทศแซมเบียและสนามบินนานาชาติ Kenneth Kaunda ของเคนยาเพื่อชำระหนี้ที่ค้างชำระ จนเกิดแรงกระเพื่อไปทั่วแอฟริกา แม้รัฐบาลแต่ละประเทศออกมาปฏิเสธก็ตาม

อีกทั้งธนาคารเอ็กซิมของจีนได้ให้การสนับสนุนเงินทุนประมาณ 85% ของโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้ายูกันดาขนาดใหญ่สองโครงการคือ เขื่อน Karuma และ Isimba นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนทางการเงินและสร้างทางหลวง Entebbe Express Highway มูลค่า 476 ล้านดอลลาร์ในเมือง Kampala ไปยังสนามบิน Fred Muhumuza นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า จีนอาจใช้การเข้าถือครองพื้นที่แหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของยูกันดา เพื่อเป็นวิธีหนึ่งที่จะตัดสินใจยกหนี้ให้หากยูกันดายินยอม

“พวกเขาอาจกำหนดราคาน้ำมันซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการคืนเงินกู้ โดยบอกว่าพวกเขาจะพูดว่าดีกว่าเราจะจ่ายคืนเงินกู้ให้จีน แต่เปลี่ยนจากเงินเป็นน้ำมันแทน และขายน้ำมันให้ยูกันดากลับมาที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งอย่างไรก็ตาม การให้จืนถือครองกิจการน้ำมันของประเทศ ก็อาจเป็นคำตอบสำหรับปัญหาหนี้สินในปัจจุบัน”


อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศต่างๆ ในแอฟริกาต้องเผชิญนั้น ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่หากมองย้อนกลับมาที่ไทยนั้น จะสามารถตามทันชั้นเชิงของจีนโดยที่เราไม่เสียเปรียบมหาอำนาจ บทความนี้ไม่ได้เขียนเพื่อให้คนไทยเกลียดหรือกลัวประเทศจีน แต่เขียนเพื่อให้เรารู้เท่าทันมหาอำนาจโลกทุกประเทศและไม่ให้เรากลายเป็นเหยื่อกันโอชะของปลาใหญ่ ที่จ้องจะฮุบปลาอวบๆ ไซต์กลางแบบเรา เหมือนที่หลายประเทศเผชิญนั่นเอง