ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ในรัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี โดยสมบูรณ์แล้ว

0
748

การพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม 2562 เป็นวันพระฤกษ์บรมราชาภิเษก

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี

เวลา 09.58 น. รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ไปยังพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร รัชกาลที่ 1-9 ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา แล้วทรงกราบ

จากนั้นเสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณทางพระทวารเทวราชมเหศวร (มหาดเล็กเชิญพระแสงดาบคาบค่ายตามเสด็จ ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตร และดุริยางค์) เสด็จฯไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัยหน้าพระแท่นมณฑล แล้วทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพจากผู้มาเข้าเฝ้าฯ แล้วประทับพระราชอาสน์

จากนั้นทรงศีล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก นำคณะสงฆ์ถวายศีล ขณะเดียวกันโหรหลวงบูชาฤกษ์ที่ศาลจตุโลกบาลทั้ง 4 และศาลพระอินทร์ที่มณฑปพระกระยาสนาน

เมื่อสมเด็จพระสังฆราชถวายศีลจบ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเข้าหอพระสุราลัยพิมาน ทรงเปลื้องฉลองพระองค์ ทรงเศวตพัสตร์ ทรงสะพักขาวขลิบทอง พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์เข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลเสด็จ

จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกจากหอพระสุราลัยพิมานโดยริ้วขบวนพราหมณ์นำไปยังมณฑปพระกระยาสนาน แล้วเสด็จไปยังเครื่องสังเวยกลางหาว ทรงจุดธูปเงิน เทียนทอง สังเวยเทวดากลางหาว แล้วเสด็จขึ้นมณฑปพระกระยาสนาน พันตำรวจโท ปัญญา สุดาทิพย์ ถอดฉลองพระบาทถวาย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับเหนืออุทุมพรราชอาสน์ แปรพระพักตร์สู่ทิศบูรพา แล้วทรงเหยียบใบอ้อ

เวลาพระฤกษ์ 10.09-12.00 น. พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวังถวายบังคม 3 ครั้ง ขึ้นมณฑปพระกระยาสนาน เปิดพระครอบพระมุรธาภิเษกรัชกาลที่ 1 ถวาย แล้วลงจากมณฑปพระกระยาสนาน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวักน้ำพระพุทธมนต์อันเจือด้วยน้ำเบญจสุทธคงคาและน้ำศักดิ์สิทธิ์จาก 4 สระเมืองสุพรรณ จากพระครอบพระมุรธาภิเษก รัชกาลที่ 1 สรงพระนลาฏ (หน้าผาก)

เวลา 10.26 น. พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตไขสหัสธาราอันเจือด้วยน้ำเบญจสุทธคงคาและน้ำศักดิ์สิทธิ์จาก 4 สระเมืองสุพรรณ แล้วถวายบังคม 3 ครั้ง ขณะนั้นโหรหลวงลั่นฆ้องชัย พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา พรามหณ์เป่าสังข์ ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร และดุริยางค์ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารปืนใหญ่ยิงปืนมหาฤกษ์ มหาชัย มหาจักร มหาปราบยุค กระบอกละ 10 นัด (ตามกำลังวันเสาร์) ที่สนามหญ้าศาลาสหทัยสมาคม ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 101 นัด

ณ ขณะที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสรงมุรธาภิเษกจากสหัสธารานั้น ถือว่าเป็นวินาทีที่เปลี่ยนพระราชสถานะเป็น พระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ตามราชประเพณี หลังจากนั้นการออกพระนาม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปลี่ยนเป็น “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

เมื่อสรงสหัสธาราแล้ว สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระอนุวงศ์ และพราหมณ์ ถวายน้ำพระพุทธมนต์ และน้ำเทพมนตร์ ตามลำดับ

-สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายน้ำพระพุทธมนต์ด้วยพระครอบพระกริ่ง รัชกาลที่ 4 ที่พระปฎษฎางค์ (แผ่นหลัง) และถวายน้ำพระพุทธมนต์ด้วยพระครอบยันต์เดิม รัชกาลที่ 4 ที่พระหัตถ์

-พลเรือเอก หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ ทูลเกล้า ฯ ถวายน้ำอภิเษกที่พระหัตถ์ด้วยพระเต้าเบญจคัพย์ รัชกาลที่ 5

-พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ทูลเกล้า ฯ ถวายน้ำเทพมนตร์ด้วยพระเต้านวเคราะห์ รัชกาลที่ 4 ทรงวักน้ำและทรงแตะที่พระนลาฏ

-พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ ทูลเกล้า ฯ ถวายน้ำเทพมนตร์ที่พระหัตถ์ด้วยพระเต้าเบญจคัพย์ รัชกาลที่ 1

-พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ ทูลเกล้า ฯ ถวายพระมหาสังข์เพชรใหญ่ ทรงรับและทรงสรงน้ำเทพมนตร์เหนือเส้นพระเจ้า

-พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ ทูลเกล้า ฯ ถวายพระมหาสังข์เพชรน้อย ทรงรับและทรงสรงน้ำเทพมนตร์เหนือเส้นพระเจ้า

-พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ ทูลเกล้า ฯ ถวายน้ำเทพมนตร์ด้วยพระมหาสังข์พิธีพราหมณ์ที่พระหัตถ์ ทรงรับใบมะตูมทรงทัด แล้วทูลเกล้า ฯ ถวายน้ำเทพมนตร์ด้วยพระมหาสังข์ทอง พระมหาสังข์นาก พระมหาสังข์เงิน พระมหาสังข์งา พระมหาสังข์สัมฤทธิ์ พระครอบเฟือง (สัมฤทธิ์) แล้วทูลเกล้า ฯ ถวายแหวนใบกระถินทรงสวม ที่พระอนามิกาขวา (นิ้วนาง)

-หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล ทูลเกล้า ฯ ถวายพระเต้าน้ำอภิเษกต่าง ๆ ทรงรับพระเต้ารดพระองค์ที่พระอังสา (บ่าไหล่) ซ้ายและขวา เว้นแต่พระเต้าเทวบิฐ รัชกาลที่ 4 ทรงรดที่พระชงฆ์ (แข้ง) และพระบาท (เท้า)

– พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง ทูลเกล้า ฯ ถวายพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏ ทรงรับและทรงสรงน้ำเทพมนตร์เหนือเส้นพระเจ้า

เสร็จพิธีสรงพระมุรธาภิเษกแล้ว มหาดเล็กสอดฉลองพระบาทถวาย และถวายฉลองพระองค์คลุม หลังจากสรงมุรธาภิเษกแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงรับน้ำอภิเษก ทรงรับการถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องขัตติยราชวราภรณ์ และพระแสง เป็นลำดับถัดไป

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นหอพระสุราลัยพิมาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ทรงฉลองพระองค์ครุยสายสะพาย นพรัตน์ราชวราภรณ์ สายสร้อยจุลจอมเกล้า ผู้ที่จะทูลเกล้าฯถวายน้ำอภิเษกเข้าไปยืนประจำที่รอบพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกจากหอพระสุราลัยพิมานเข้าพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ประทับเหนือพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ภายใต้พระบวรเศวตฉัตร แปรพระพักตร์สู่บูรพาทิศเป็นปฐม

– ทิศบูรพา (ตะวันออก) พลเรือเอก หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล และทูลเกล้า ฯ ถวายน้ำอภิเษกด้วยถ้วยศิลาจารึกพุทธคาถาเป็นทิศแรกแล้ว พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ ทูลเกล้า ฯ ถวายน้ำเทพมนตร์ด้วยพระครอบเฟือง (สัมฤทธิ์) เสร็จแล้ว ทูลเกล้า ฯ ถวายน้ำเทพมนตร์ด้วยพระมหาสังข์ประจำทิศที่พระหัตถ์ทุกทิศตามลำดับ หลังผู้ถวายน้ำอภิเษก

– ทิศอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้) หม่อมเจ้ามงคลเฉลิม ยุคล

– ทิศทักษิณ (ใต้) พลโท หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล

– ทิศหรดี (ตะวันตกเฉียงใต้) พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี

– ทิศประจิม (ตะวันตก) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

– ทิศพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ) นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

– ทิศอุดร (เหนือ) นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา

– ทิศอีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) นายจรัส สุวรรณเวลา ราชบัณฑิต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จแปรที่ประทับทรงรับน้ำอภิเษกนั้นไปตามทิศ แล้วประทับทิศบูรพาอีกครั้ง เพื่อทรงรับน้ำอภิเษกและน้ำเทพมนตร์แทนทิศกลาง

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล และทูลเกล้า ฯ ถวายน้ำอภิเษกสำหรับทิศกลาง

พระราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ ทูลเกล้าฯถวายพระครอบเฟืองสมฤทธิ์ บรรจุน้ำเทพมนต์ ทรงจุ่มพระหัตถ์ขวาลงในน้ำพระครอบเฟืองสัมฤทธิ์ แล้วทรงลูบที่พระนลาฏ และทูลเกล้าฯถวายน้ำเทพมนตร์ด้วยพระมหาสังข์พิธีพราหมณ์ที่พระหัตถ์ขวา แล้วทรงลูบพระเศียร

จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงรับการถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องขัตติยราชวราภรณ์ และพระแสง เป็นลำดับถัดไป