ลบคำดูถูก หนุ่มสิงห์บุรีพลิกชีวิต หันเลี้ยงปูนา สร้างรายได้หลักล้านต่อเดือน

0
2267

นายปานศิริ ปาดกุล หรือ ตูมตาม อายุ 24 ปี เล่าว่า หลังจบปริญญาตรี คณะรัฐประศาสนศาสตร์ ทำงานที่แรกในแผนกบัญชีบริษัทแห่งหนึ่ง จากนั้นย้ายไปอยู่โรงงานผลิตอะไหล่โทรศัพท์มือถือที่ จ.ปทุมธานี

ทำงานประจำได้ รับเงินเดือน 2 หมื่นบาท อยู่ราว 5 เดือน พอรู้ว่าพ่อในวัย 60 ปี ประสบอุบัติเหตุตกต้นไผ่ความสูงกว่า 2 เมตร เลยลาออก แล้วกลับบ้านมาดูแลพ่อ และกลับมาเป็นเสาหลักหารายได้เลี้ยงปากท้อง 3 คน ครั้งหนึ่งเคยลำบากแม้กระทั่งไม่มีเงินซื้อข้าวสารกิโลกรัมละ 33 บาท

ต้องไปกู้เงินทั้งในระบบและนอกระบบ เนื่องจากพ่อเดินไม่ได้ ต้องกินอาหารผ่านสายยางอยู่ 5 เดือน แม่ก็ป่วย จึงคิดเลี้ยงปูนาขึ้นมา เนื่องจากส่วนตัวชอบกินปูนามาก เคยไปหาตามท้องนา 5-6 ชั่วโมง ไม่สามารถหาได้ เลยเกิดความคิด จะเลี้ยงขาย จึงใช้เงินเก็บที่มีอยู่ 2 หมื่นบาท ลงทุนเลี้ยงปูนาในบ่อปูน บนที่ดินที่มีอยู่ 1 ไร่ 44 ตารางวา สั่งปูนา คละไซ้ส์มาจากหลายจังหวัด ครั้งแรกราว 4 ตัน

นายปานศิริ กล่าวต่อว่า แม้การเลี้ยงปูนาครั้งแรกจะไม่สำเร็จตายหมดเลย 4 ตัน เนื่องจากว่าเลี้ยงในบ่อปูนซึ่งมีความเย็น อีกทั้งใส่น้ำประปาลงไปอีกซึ่งมีคลอรีน ปูนาปรับสภาพไม่ทันจนตายเกลี้ยง แต่ตนไม่ยอมแพ้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติม สั่งปูนามาเลี้ยงอีกครั้ง แต่พัฒนาด้วยการเลือกซื้อพ่อแม่พันธุ์ปูนามาเลี้ยงแทนการซื้อตัวเล็ก เพราะปูนาตัวเล็กจะบอบบางตายง่ายกว่าพ่อแม่พันธุ์

ปัจจุบันเลี้ยงปู 2 สายพันธุ์ คือ ปูนาธรรมดา ตัวจะมีขนาดเล็ก และ ปูนาพันธุ์กำแพง ตัวใหญ่ รสชาติมัน ครั้งนี้สำเร็จและก็เลี้ยงมาขายทั้งปูสด ปูดอง และนำปูมาแปรรูปเป็นน้ำพริกเผา กะปิปู ส่งขายร้านอาหาร ยังมีขนมจีนน้ำยาปูขายอีกด้วย บางเดือนสร้างรายได้หลักล้านบาท โดยขายปูทั้งตัวเล็กที่ใช้ตำส้มตำกิโลกรัมละ 80-100 บาท ส่วนปูตัวใหญ่ที่กำลังลอกคราบ เรียกว่าปูนิ่มกิโลกรัมละ 1,200 บาท และก้ามปูกิโลกรัมละ 1,000 บาท ส่งตามร้านอาหาร ภัตตาคาร รวมถึงขายพ่อแม่พันธุ์ด้วยคู่ละ 100 บาท

อีกทั้งยังมีพ่อค้าจากประเทศจีนสั่งกระดองปู เศษแข้งขาปูนำไปตากแดดให้แห้งแล้วเอามาบดาเพื่อเอาไปทำยา โดยขายกิโลละ 5,000 บาท

การเตรียมบ่อ เลี้ยงปูนา

การเลี้ยงในบ่อปูนนั้นดูแลง่าย ทำความสะอาดง่าย จับง่าย ถ้าเป็นการเลี้ยงในบ่อดินก็สามารถเลี้ยงได้ แต่ถ้ามีออเดอร์เข้ามา 500 กิโลกรัม การจะไปล้วงจับปูนาที่อยู่ในรูไม่ใช่เรื่องง่าย แถมเมื่อล้วงออกมาจากรูแล้วตัวปูนาก็สกปรก ต้องมาพักในบ่อน้ำใส เพื่อให้ปูนาได้ฟอกตะกอนในตัวออกมา ใช้เวลา 3-5 วัน จึงจะส่งให้ลูกค้าได้ โอกาสที่ปูนาจะตายก็จะมีสูง แต่ถ้าเลี้ยงในบ่อปูนน้ำใส ปล่อยน้ำทิ้ง แล้วตักปูแพ็คส่งลูกค้าได้เลย ก็จะง่ายและดีกว่า ปัจจุบันจึงเลี้ยงในบ่อปูนอย่างเดียว

การเลี้ยงในบ่อปูนนั้นไม่ยาก ความสูงของบ่อแค่อิฐบล็อก 2 ก้อน แล้วพื้นด้านในต้องขัดมันให้เรียบป้องกันปูปีนออก บ่อปูนที่ก่อสร้างเสร็จใหม่ๆ จะแช่น้ำใส่ด่างทับทิมไว้ 3 วัน หลังจากนั้นก็จะล้างทำความสะอาด แล้วเติมน้ำใหม่ลงไปประมาณ 10-15 ซม. แล้วก็นำอิฐบล็อกมาวาง ใส่ผักตบชวา

แล้วปล่อยปูนา แต่ช่วงระยะเวลา 3-5 วันแรก จะมีการตายแน่นอน เพราะว่าเมื่อย้ายปูนาจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง สภาพอากาศจะมีความแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นปูนาจะมีปัญหาการตายพอสมควร ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

การเพาะพันธุ์ปูนา

ตามธรรมชาติปูนาออกลูกปีละครั้ง แต่ปัจจุบันจะมีการบังคับให้ผสมพันธุ์ จากการสังเกตพบว่าก่อนที่ปูนาจะผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ ในช่วงฤดูร้อนจะต้องจำศีล ช่วงเวลาที่จำศีลจะอยู่ในรูใต้ดินลึกมาก ปูนารู้ได้ยังไงว่าฝนตก เนื่องจากเวลาฝนตก น้ำฝนก็จะซึมลงดิน อุณหภูมิของดินก็ต่ำลง มีความชื้น ทำให้ปูนารู้ว่าฝนตกแล้วต้องขึ้นมาผสมพันธุ์ จึงใช้หลักการนี้มาใช้ผสมพันธุ์เทียมในบ่อปูน

โดยบ่อปูนจะมีรูระบายน้ำ ให้ค่อยๆ ปล่อยน้ำออกจนน้ำแห้ง แล้วปล่อยให้บ่อปูนแห้งสนิทไปเลย โดยที่ไม่ต้องให้อาหารด้วย ก็จะสังเกตได้ว่าตัวปูนาจะแห้ง พอปูนาตัวแห้งก็จะเริ่มหาที่จำศีล เพราะคิดว่ากำลังเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ก็จะเริ่มเข้าไปอยู่ในรูอิฐบล็อก

หลังจากเข้าไปอยู่ในรูอิฐบล็อกแล้ว ปล่อยทิ้งไว้ 1-2 สัปดาห์ แล้วค่อยๆ เติมน้ำลงไปในบ่อ นำแสลนมาคลุม และนำแผ่นสังกะสีมาปิดทับปากบ่อ แล้วก็ค่อยๆ ฉีดน้ำ การฉีดน้ำจะค่อยๆ ฉีดให้เป็นฝอยๆ ถ้าฉีดแรงจะทำให้ปูตกใจได้ ต้องจำลองให้เหมือนฝนตก พร้อมๆ กับค่อยๆ เพิ่มระดับน้ำในบ่อ จะทำให้ปูรู้สึกว่ากำลังจะเข้าฤดูฝนอีกครั้ง ก็จะออกมาจากรูอิฐบล็อกเพื่อผสมพันธุ์

แต่ก่อนจะผสมพันธุ์ตัวปูนาจะมีสีสันที่หลากหลาย ได้แก่ สีม่วง ส้ม ชมพู เหลือง เทา ฟ้า แดง ดำ แต่สีที่ปูนาจะผสมพันธุ์ได้ดีที่สุด คือ สีแดงดำอมม่วง พอปูนาเริ่มเจอน้ำ จากที่ตัวมีสีเหลือง ม่วง ส้ม ก็จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงดำอมม่วง ในช่วงผสมพันธุ์ แล้วพอเติมน้ำจนถึงจุดที่ต้องการ คือ 10-15 ซม. หรือมากกว่านั้นก็ได้ ก็จะเข้าสู่รอบผสมพันธุ์

เริ่มจับคู่กัน แล้วแยกกันอยู่ในรูคู่ใครคู่มัน โดยตัวเมียอยู่ในรู ตัวผู้อยู่ปากรูคอยเฝ้าดูแล จนกว่าจะออกลูกเป็นตัวแล้วถึงจะออกจากรู ใช้เวลาผสมพันธุ์จนออกลูกประมาณ 40-45 วัน หรือบางครั้งเมื่อผสมพันธุ์แล้วอาจจะมีสภาวะที่ปูนาอาจจะยังไม่พร้อม อาจจะใช้เวลา 5-15 วัน ถึงจะเริ่มมีการฟอร์มไข่ที่กระดอง

หลังจากไข่ที่กระดองสมบูรณ์เต็มที่ ปูนาถึงจะคายไข่ที่กระดองมาไว้ที่หน้าท้อง หรือที่เรียกว่า จับปิ้ง ไข่นั้นจะมีสีเหลืองอ่อน แล้วเปลี่ยนมาเป็นสีเหลืองแก่ แล้วถึงจะเป็นตัวอ่อน อัตราการรอดปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 98 %

อาหารของลูกปู

หลังจากที่ลูกปูออกจากหน้าท้องของแม่ปูช่วงอายุ 3 วัน ถึง 1 เดือนครึ่ง จะเลี้ยงด้วยไข่แดงต้มสุก ปูพอโตขึ้นก็จะมีการแตกไซส์ หลังจากหยุดให้ไข่แดงแล้วจะมี 5 ไซส์ คือ โป้ง ชี้ กลาง นาง ก้อย เลี้ยงต่ออีก 1-1.5 เดือน ก็จะจับขายได้ หลังจากหยุดให้ไข่แดงจะเลี้ยงด้วยอาหารไฮเกรด เป็นอาหารลูกอ๊อดชนิดเม็ดลอยน้ำ เวลาให้อาหารปูนาก็จะขึ้นมากินอาหารเอง โดย 1 ตัว กินประมาณ 4-5 เม็ด ให้ทุกวันช่วงเย็น

ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 2.5-3 เดือน จับขายเป็นปูจ๋าสำหรับทอด
สรุป คือ จะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 2.5-3 เดือน จับขายเป็นปูจ๋าสำหรับทอด ถ้าอายุ 6 เดือน สามารถเริ่มเป็นพ่อแม่พันธุ์ได้ อายุขัยของปูเฉลี่ยประมาณ 2 ปีกว่า แต่พ่อแม่พันธุ์อายุ 6 เดือน จะสมบูรณ์ที่สุด สามารถใช้เพาะได้ประมาณ 4-6 ครั้ง ก็จะตาย

ลูกค้าที่อยากได้พ่อแม่พันธุ์ก็จะขายพ่อแม่พันธุ์ที่สามารถเพาะพันธุ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรก เพราะถ้าให้พ่อแม่พันธุ์ที่แก่แล้วจะใช้ผสมพันธุ์ได้แค่ 1-2 ครั้ง ก็จะตาย และที่สำคัญปูนาตัวใหญ่ เมื่อมีการขนย้ายจะสลัดขาออกเพื่อให้คล่องตัว แต่ปัญหา คือ เมื่อมีการสลัดมากเกินไปปูก็จะตาย ช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม ปูนาตามธรรมชาติจะหายาก

ทำให้ปูนาที่เลี้ยงขายมีราคาสูงมาก แต่ช่วงมิถุนายน-ตุลาคม ปูนาในธรรมชาติจะมีจำนวนมาก แต่จะมีข้อเสียตรงที่ว่าปูธรรมชาติจะไม่มัน เนื้อไม่แน่น มีปลิงใส พยาธิ ปรสิต แต่ปูเพาะเลี้ยงใช้น้ำประปา ซึ่งมีคลอรีนฆ่าเชื้ออยู่แล้ว น้ำจึงสะอาด ไม่มีปลิงใส พยาธิ ปรสิต แล้วก็ปูจะมีความมัน เนื้อแน่น เพราะขุนอาหาร ก็จะทำให้ปูที่เลี้ยงเป็นที่นิยมถึงตอนนี้ เลี้ยงปูนา ในบ่อปูนมาแล้ว 4 ปี ยังไม่เคยพบปัญหาเรื่องโรคเหมือนปูนาในธรรมชาติ

 

ทั้งนี้ผู้ใดสนใจสามารถติดต่อได้ที่ ฟาร์มปูนา นายตูมตาม อยู่บ้านเลขที่ 71/2 หมู่ 3 ต.โพทะเล อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี เบอร์ติดต่อ โทร.085-420-3813, 062-336-5408