เปิดเคล็ดลับความสำเร็จ ของ “เจ้าสัวซี.พี.” มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของไทย

0
144

“ถ้าคิดเล่นๆ คำว่า ‘จีน’ ตัดสระอีทิ้ง ก็จะเป็นคำว่า ‘จน’

หมายถึง อัตคัดขัดสน ฝืดเคือง มีเงินไม่พอยังชีพ วิธีคิดเล่นๆ ข้างต้น ก็เปรียบเสมือนการดำรงชีวิตของคนไทยเชื้อสายจีนที่ไม่อยากให้ตัวเองจนนั่นเอง

เราจึงมักได้ยินเข้าหูจนชินว่าคนจีนขยัน ส่วนคนไทยชอบชิลๆ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เพราะคนไทยไม่ขยันทำมาหากิน แต่เป็นเพราะคนไทยเชื้อสายจีนมีความขยันมากกว่าจนน่าประหลาดใจ ดังนั้น “แรงผลักดันชีวิต” จึงต่างกันและเป็นจุดยืนสำคัญที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ตามมา

ธนินท์ เจียรวนนท์ เชื่อว่าหลายคนคงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ท่านมีฐานะเป็นประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารของเครือเจริญโภคภัณฑ์ และยังเป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 1 ของประเทศไทย โดยการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บ

ซึ่งเป็นข้อมูลของเดือน 9 พ.ค ปี 2019 มูลค่าทรัพย์สิน 9.41 แสนล้านบาท  ซี.พี.เป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำของไทยที่ดำเนินธุรกิจหลากหลาย มีธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารเป็นธุรกิจหลักและมีบริษัทในเครือประมาณ 200 แห่งจากทั่วโลก

ยิ่งใหญ่จริง ๆ เลยนะครับและผมเชื่อว่า สิ่งที่ทุกคนสนใจให้ความสำคัญและคอยเงี่ยหูฟังเสมอ โดยเฉพาะแวดวงของผู้ที่ทำธุรกิจ นั่นก็คือแนวคิดและปรัชญาการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตของท่านเจ้าสัวนั่นเอง

หากเจ้าของธุรกิจรายใดได้นำไปปฏิบัติตามแล้วล่ะก็จะช่วยให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองดังเช่นเจ้าสัวธนินท์ได้เช่นกัน เพราะแนวคิดเหล่านี้ล้วนเป็นอมตะอยู่คู่กาลเวลาไม่ตกยุคตกสมัยแต่อย่างใด

วันนี้ผมจะมาสรุปแนวคิดของท่านอีกครั้ง เพื่อง่ายต่อการทำความเข้าใจ และนำไปปรับใช้ให้เห็นเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ นักธุรกิจกันครับ เรามาใคร่ครวญข้อคิดและปรัชญาในการดำเนินชีวิตของเจ้าสัว ธนินท์ เจียรวนนท์ กันก่อนครับ

โดยท่านมีข้อคิดปรัชญาที่ว่า ซื่อสัตย์ เมตตา สามัคคี จึงพลิกดินเป็นทองได้ ลองทำความเข้าใจดูนะครับ แล้วคุณจะเห็นด้วยมากทีเดียวครับ ต่อไปลองมาดูเคล็ดลับแนวคิดและปรัชญาชีวิตกันดีกว่า ว่าที่ผ่านมาคุณธนินท์ ใช้หลักอะไรเป็นเกณฑ์ในการทำงานเพื่อให้ชีวิตประสบความสำเร็จบ้าง

เคล็ดลับแนวคิดสไตล์ “ธนินท์ เจียรวนนท์”

1.สิ่งสำคัญที่คุณธนินท์ มักจะตอกย้ำกับผู้บริหารและพนักงานอยู่เสมอ

นั่นก็คือ “ตลาดทั่วโลก วัตถุดิบทั่วโลก คนเก่งทั่วโลก การเงินทั่วโลกล้วนเป็นของซี.พี.” ซึ่งเป็นความคิดที่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนถึงวิสัยทัศน์ที่มีความกว้างไกลซึ่งได้นำพาให้เติบโตเป็นปึกแผ่น และยังถือเป็นบริษัทคนไทยที่ประสบความสำเร็จต่อการลงทุนในต่างประเทศ ได้สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทยอีกด้วย

2.ในการทำธุรกิจผู้คนส่วนใหญ่จะคิดเรื่องกำไรต้องมาก่อน

แต่คุณธนินท์จะมองในเรื่องของการทำงานเป็นหลักไม่ได้คิดเรื่องผลกำไรในแง่ที่ว่าทำธุรกิจนี้แล้วจะต้องได้กำไรเท่าไร ท่านเจ้าสัวคิดแต่เพียงว่าทำธุรกิจนี้แล้วลำดับแรกจะมีโอกาสสำเร็จหรือไม่ พูดง่าย ๆ ว่าอย่าโฟกัสไปที่เงินให้โฟกัสไปที่ความสำเร็จนั่นเอง

3.หากจะทำธุรกิจประเภทธุรกิจขนาดใหญ่ ธุรกิจนั้นจะต้องไปเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมากด้วย

ไม่ใช่ไปเกี่ยวข้องกับคนจำนวนน้อย ซึ่งจะถือว่าธุรกิจนั้นเล็ก ถ้าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับประเทศก็ยังถือว่าเป็นธุรกิจที่ไม่ใหญ่ ถ้าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่จะต้องเกี่ยวข้องกับทั่วโลก สินค้าต้องขายได้ทั่วโลกมันถึงจะมีโอกาสใหญ่ และเป็นธุรกิจที่ต้องลงทุนได้ทั่วโลกธุรกิจนี้ถึงจะมีโอกาสใหญ่นั่นเอง

4.คำถามสำคัญที่คิดถึงผู้อื่นก่อน

นั้นจะช่วยให้ก่อเกิดความยิ่งใหญ่ในธุรกิจนั่นก็คือ สิ่งที่คุณทำนั้นเป็นประโยชน์แก่ประชาชนไหม? ถ้าคำตอบคือ ไม่ ธุรกิจที่คุณทำก็ไม่มีความยิ่งใหญ่

5.ในฐานะผู้นำทางธุรกิจท่านเจ้าสัวมีแนวคิดว่า“ทำอะไรอย่าไปคิดในทางสำเร็จอย่างเดียว

ต้องคิดว่ามีปัญหาอะไรที่จะตามมาอีก มีหวานก็ต้องมีขม หรือได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง หลักคิดง่าย ๆ เลย ถ้างานยิ่งใหญ่ ปัญหาก็ยิ่งมีมาก” ซึ่งเป็นความจริงที่นักธุรกิจควรตระหนัก

6.เมื่อได้รับความสำเร็จ ผมอาจจะดีใจแค่วันเดียว เพราะยิ่งรับงานใหญ่ ภาระของเราก็ยิ่งมากขึ้น

ด้วยความคิดเช่นนี้ จึงทำให้ธุรกิจของสามารถปรับตัวได้เร็ว และพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงทำให้ธุรกิจก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

7.เน้นสร้าง “คน” เพื่อรองรับการเติบโต

ซึ่งถือเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจที่สำคัญที่สุดประการหนึ่ง การให้ความสำคัญกับการสร้างคน และมีนโยบายให้ผู้นำกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ต่างก็เร่งดำเนินการสร้างและพัฒนาคนเก่งเพื่อรองรับการเติบโตบนเวทีการค้าโลก ซึ่งหากไม่มีคนเก่ง ก็ไม่สามารถชนะในตลาดโลกได้

8.การที่จะก้าวสู่การเป็นผู้บริหารระดับสูงจะต้องรู้จักใช้กลยุทธ์ในการสร้างคน

ซึ่งหนึ่งในวัฒนธรรมที่สำคัญก็คือต้องโปรโมทผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งจะต้องสร้างคนที่เก่งกว่าตัวเองขึ้นมา ในการสร้างคนนั้นอย่าไปแบ่งว่าใครเป็นคนของใคร เพราะผู้บริหารที่ดีนั้นจะต้องสร้างตัวแทนขึ้นมาให้ได้ โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูงที่จะต้องรู้จักแสวงหาคนเก่งมาทดแทน และจะต้องเปิดโอกาสให้คนเก่งได้แสดงความสามารถ

9.เพราะชอบคนเก่งและอดที่จะเคารพนับถือคนเก่งไม่ได้

ทำให้เขายกย่องและนับถือคนที่สามารถสร้างตัวแทนขึ้น มาได้ ซึ่งผู้บริหารทุกคนจะต้องสร้างตัวแทน คนที่สามารถใช้คนเก่งได้อย่างมีทักษะ คือคนที่เก่งยิ่งกว่า ถ้าคุณสามารถสร้างคนเก่งได้ คุณคือคนที่เก่งที่สุด

10.เคล็ดลับ 3 ประการในการสร้างคนเก่ง

-อำนาจ เพราะคนเก่งจะต้องมีเวทีและมีอำนาจสำหรับใช้ในการแสดงความสามารถ

-มีเกียรติ เพราะนอกจากการแสดงความสามารถอย่างเต็มที่แล้ว คนเก่งเองก็ต้อง การได้รับการยอมรับ

-เงิน ซึ่งเป็นผลตอบแทนที่จูงใจ จะเห็นได้ว่า “เงิน” ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญประการแรกในการสร้างคนตามสไตล์ความคิด เพราะสำหรับคนเก่งนั้นเงินไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดแต่ อำนาจ และเกียรติต้องมาก่อน ทำให้ มีบริษัทในเครือฯ มากถึง 200 กว่าแห่งทั่วโลก เพื่อเป็นเวทีสำหรับคนเก่ง

11.ต้องมองคนอื่นว่าเก่งกว่าเสมอและต้องไม่มองใครว่าเก่งสู้ตัวเองไม่ได้

รู้จักเปิดโอกาสและให้โอกาสพวกเขาได้แสดงความสามารถ เมื่อใครแสดงความสามารถออกมาก็จะต้องส่งเสริมสนับสนุนให้เขามีตำแหน่งสูง ๆ ขึ้นไปอีกและจะต้องพยายามรักษาเขาให้อยู่กับบริษัทนานที่สุด อีกทั้งยังต้องสร้างคนที่มีความสามารถให้เกิดเพิ่มขึ้น

12.ในโลกแห่งการแข่งขันทางการค้าและการทำธุรกิจจะต้อง“รักษาคู่แข่งและไม่เอาเปรียบลูกค้าดูแลสังคม”

ซึ่งนักธุรกิจที่แท้จริง จะพยายามแข่งขันกันอยู่ในขอบเขต จะไม่แข่งกันจนพังไปข้างหนึ่ง หากมีความสามารถก็ไปหาธุรกิจที่อื่นไม่ต้องมาเจาะจงมาแย่งข้าวชามเดียวกันสุดท้ายสองคนสามคนก็ไม่อิ่มสักคน แล้วก็จะไม่มีประสิทธิภาพ

โดยวิธีการ คือ การถอนแล้วก็ไปหาตลาดใหม่ ที่ผ่านมาไม่เคยทำให้คู่แข่งล้มละลาย มีนโยบายรักษาคู่แข่ง ไม่ทำลายคู่แข่ง และยังต้องแบ่งตลาดให้ เพื่อให้คู่แข่งสามารถอยู่รอดในตลาดได้ เพราะถ้าเราทำลายคู่แข่งไป ก็อาจมีคู่แข่งใหม่เข้ามาอีกซึ่งอาจจะแข็งแกร่งกว่าก็เป็นได้

13.ให้มองถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นหลัก

รวมไปถึงคู่ค้าและซัพพลายเออร์ด้วยจะต้องให้พวกเขาอยู่ได้ ต้องไม่เอาเปรียบลูกค้าและต้องดูแลสังคม เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ถ้าสังคมอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้และให้ขายคุณภาพบวกความซื่อสัตย์ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจ

14.ในฐานะที่เป็นนักธุรกิจนั้น คิดว่าการทุ่มเทในการทำงานนั้นก็เพื่อสร้างธุรกิจให้เจริญก้าวหน้า

การได้สร้างงานและสร้างอาชีพให้แก่คนมากมาย สร้างรายได้มหาศาลเข้าประเทศ การเสียภาษีให้กับรัฐบาล มีความรับผิดชอบต่อสังคม การสร้างคนเก่งและที่สำคัญสร้างคนไทยให้ไปแข่งขันทางธุรกิจกับทั่วโลกเพื่อเป็นการพัฒนาคนให้ได้เหรียญทองทางธุรกิจ เป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ

15.เพื่อความมั่นคงในกิจการที่ตั้งขึ้นมานั้น มีการจ้างผู้บริหารที่มีความสามารถที่ไม่ใช่คนในครอบครัวมาทำ

งานแบบกระจายศูนย์ เนื่องจากบริษัทต้องดำเนินได้ดีและต้องมีการบริหารที่ดีจะต้องรักและให้เกียรติผู้มาร่วมงานเสมือนครอบครัว ซึ่งแม้ว่าคนที่เก่งคนนั้นจะไม่ใช่ญาติแต่ถ้าหากมีความสามารถเข้าใจถึงวัฒนธรรมองค์กรก็มีสิทธิเป็นใหญ่ได้เสมอตามระบบอาวุโส

การเป็นนักบริหารหรือเจ้าของธุรกิจที่ดีนั้น นอกจากจะมีความอดทน ซื่อสัตย์ และความกล้าแล้ว ยังต้องใฝ่หาความรู้และเทคโนโลยีที่ดีกว่าเสมอ ๆ ต้องรู้จักคนและเลือกใช้คนด้วย พูดง่าย ๆ ว่า “ใช้คนได้เหมาะกับงานและใช้งานได้เหมาะกับคน”

บิดาของคุณธนินท์ มักบอกเสมอว่า “เราจะต้องมีความซื่อสัตย์ต่อผู้อื่น ทำอะไรต้องทำให้ดี อย่าไปหลอกลวงลูกค้า” โดยเฉพาะเกษตรกรและไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการ ให้ยึดถือความสำคัญของคำว่า “คุณภาพ” ต้องมาเป็นอันดับแรกและซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และแนวคิดหลักปรัชญาที่นำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจคือ ต้องคิดถึงผู้อื่นก่อนเสมอ

ซึ่งก็คือประโยชน์ของประเทศชาติต้องมาก่อน ตามด้วยประโยชน์ประชาชน และบริษัทเป็นอันดับสุดท้ายคนเราต้องรู้จักให้ก่อน แล้วสิ่งดี ๆ ในชีวิตจะตามมาอย่างไม่คาดฝันจนถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน

ได้เห็นแนวคิดความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของท่านเจ้าสัวธนินท์ในทุกแง่มุมแล้ว หวังว่าเจ้าของธุรกิจทั้งมือใหม่และมืออาชีพจะนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตนให้เกิดความเจริญก้าวหน้าร่ำรวยกันทุกคนครับ