สาวจบจุฬาฯ มาขับรถแท็กซี่ ไม่ยึดติด-ไม่อีโก้ อาชีพมีเกียรติ ไม่ด้อยกว่าใคร

0
161

จากข่าวดังเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์ ทวีตข้อความว่า “นับถือเพื่อน โคตรสู้ชีวิต จากเด็กอักษรจุฬาฯ ไม่ยึดติด ไม่อีโก้ ถึงเวลาดิ้นรน ก็เป็นคนขับ แท็กซี่ ได้! ใครหาคนขับดีๆ ไว้ใจได้ ติดต่อนางได้เลย” เพียงชั่วข้ามคืนเรื่องดังกล่าวถูกพูดถึง และได้รับการชื่นชมอย่างล้นหลามจากโลกโซเชียล

คุณแก้ว-วรรณกวี อยู่วัฒนา อายุ 36 ปี เจ้าของเรื่องราวน่าประทับใจดังกล่าว เธอเล่าว่า เรียนจบจากคณะอักษรศาสตร์ ภาควิชาศิลปการละคร จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่เดิมทำงานประจำอยู่เบื้องหลังละครโทรทัศน์ ทำมาแล้วหลายหน้าที่ ทั้งผู้ช่วยผู้กำกับ ดูแลนักแสดง ประสานงาน รีเสิร์ชข้อมูล หรือแม้กระทั่งเลขาผู้บริหารก็เคยทำมาแล้ว

แต่ด้วยมีปัญหาสุขภาพสะสม ออกกองละครแต่ละครั้งไม่ได้พักผ่อน และไม่มีเวลาให้ครอบครัว เพราะต้องตื่นแต่เช้า ตี 4 ตี 5 บวกกับอยากทำอะไรที่เป็นของตัวเองมานานแล้ว เธอใช้เวลาคิด เตรียมการกว่า 2 ปี สอบใบขับขี่สาธารณะล่วงหน้า แล้วลาออกจากงานประจำ มารับงานฟรีแลนซ์ขับแท็กซี่ได้ 2 วันก็เกิดเป็นกระแสดังจากการที่เพื่อนนำภาพและข้อความที่เธอโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ไปโพสต์ในทวิตเตอร์ต่ออีกทอด

“ขับรถแท็กซี่เป็นอาชีพที่เราเห็นแม่ทำมานาน 11 ปี อีกอย่างที่บ้านมีแท็กซี่ส่วนบุคคลอยู่แล้ว เห็นว่าเป็นอาชีพสุจริต เลี้ยงตัวเองได้ และปลอดภัย อีกอย่างลูกค้าผู้หญิง คนชรา เด็ก และกลุ่มครอบครัว ยังต้องการคนขับแท็กซี่ที่เป็นผู้หญิงอีกมาก เลยเลือกขับแท็กซี่”

ในส่วนของรายได้จากการขับแท็กซี่นั้น คุณแก้ว บอกว่า เธอเพิ่งเริ่มขับได้สองวันยังตอบไม่ได้ในส่วนนี้ แต่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นอาชีพที่ดี โดยจะขับในวิน โรงพยาบาลปากเกร็ด 2 เส้น 345 เพราะแถวโรงพยาบาลไม่มีรถเมล์ผ่าน คนที่มาโรงพยาบาลส่วนใหญ่จึงต้องใช้บริการแท็กซี่ ทำให้มีลูกค้าประจำแล้ว

“มีลูกค้าประจำ เป็นกลุ่มครอบครัว ผู้ป่วย จึงค่อนข้างปลอดภัยในการทำงาน ช่วงเช้าถึงบ่ายลูกค้าจะเยอะมาก ส่วนช่วงเวลาอื่น แก้วจะขับไปรับบริเวณอื่น”

ถามต่อถึงการทำงาน หลายคนอาจมองว่าจบจากสถาบันมีชื่อเสียงทำไมถึงมาขับแท็กซี่ คุณแก้ว ระบุว่า ทำมาแล้วหลายงาน แต่ยังมีอีกหลายอย่างให้ทำ ซึ่งอาชีพขับแท็กซี่ เป็นหนึ่งงานที่ครอบครัวทำมา เห็นว่าเป็นลู่ทาง ทำได้แน่นอน

“ขับแท็กซี่เป็นอาชีพที่แก้วเลือก ทำให้มีอิสระในการทำงาน มีเวลาพักผ่อน และมีเวลาอยู่กับครอบครัว ได้รู้จักผู้คนมากขึ้น ลูกค้าที่มาใช้บริการจะมีเรื่องมาเล่าให้ฟังตลอด ลูกค้าบางคนช่วยบอกทาง เป็นข้อดีที่ได้ศึกษาผู้คน สามารถนำมาใช้ในงานเบื้องหลังที่ยังไม่ทิ้งคอนเน็กชั่นได้ด้วย”

นอกจากนี้ อาชีพขับแท็กซี่ยังทำให้เธอมีเวลาเรียนภาษาญี่ปุ่นอีกด้วย ตอนนี้สามารถสอบได้สองระดับแล้ว คือ N4 และ N5 และกำลังจะสอบระดับ N3 ในเร็วๆ นี้ด้วย

ก่อนทิ้งท้ายว่า “รักทุกงานที่ทำ ไม่ว่าจะเป็นเบื้องหลังละคร หรือแม้แต่ขับแท็กซี่ ไม่มีงานไหนด้อยไปว่ากัน”

ที่มา : msn