อดีตกุ๊กทำอาหารเพาะ ปลาหางนกยูง ส่งออกรายได้เฉียดครึ่งล้านต่อเดือน

0
447

อดีตกุ๊กทำอาหารเพาะ ‘ปลาหางนกยูง’ ส่งออกรายได้เฉียดครึ่งล้านต่อเดือน คุณสุดที่รัก แผลงพาลี หรือคุณฟ้า อายุ 24 ปี เจ้าของ ‘บูฟาร์มปลาหางนกยูงนนทบุรี‘ ตั้งอยู่ภายในซอยสามัคคี 22 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี จากอดีตกุ๊กทำอาหารก่อนจะพลิกผันมาเพาะ ‘ปลาหางนกยูง’ คัดเกรด สร้างรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน พร้อมกับมีกลุ่มลูกฟาร์มกว่า 20 ราย

เริ่มทำงานมาตั้งแต่อายุ 18 ปี เป็นกุ๊กทำอาหาร ระหว่างนั้นก็ได้ทำการเพาะกุ้งก้ามแดงไปด้วย ซึ่งช่วงนั้นกำลังเป็นที่นิยมเลี้ยงอย่างมาก จนกระทั่งมาช่วง2-3 ปีที่ผ่านมา กระแสก็ตกลงไป คุณพ่อเลยให้คำแนะนำให้มาเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูง ซึ่งคุณพ่อก็ทำฟาร์มปลาหางนกยูงอยู่แล้ว

แต่ไม่ถนัดด้านการตลาด จึงเข้ามาช่วยเรื่องการทำการตลาดจากในโซเชียล กระทั่ง 2 ปีที่แล้ว ได้ตัดสินใจออกจากงานประจำ เพื่อมุ่งมั่นสู่การเพาะปลาหางนกยูงอย่างจริงจัง

ช่วงๆแรกที่เข้ามาทำค่อนข้างยาก เนื่องจากไม่ได้มีความรู้เท่าไรนัก ลองผิดลองถูกเกือบ 1 ปี แต่ก็แลกมาด้วยประสบการณ์อันล้ำค่า

สำหรับวิธีการเลี้ยง ‘ปลาหางนกยูง‘ นั้นต้องใส่ใจ 2 เรื่องสำคัญคือ ‘อาหารและน้ำ’ โดยที่ฟาร์มจะให้ไรแดงเป็นอาหารหลัก ส่วนอาหารเม็ดจะเป็นอาหารเสริมให้กับปลาหางนกยูง โดยจะให้วันละ 2 ครั้ง คือช่วงเช้า และช่วงเย็น เรื่องสภาพน้ำจะทำการดูดขี้ปลาอย่างน้อย 2-3 วัน ต่อครั้ง โดยจะสูบน้ำออกจากบ่อเลี้ยงประมาณ 50% และเติมน้ำใหม่เข้าไป 50% โ ร คที่พบส่วนใหญ่จะมีโ ร คจุดขาว และโ ร คหางเปื่อย ซึ่งมักพบบ่อยในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง หรือในช่วงอากาศหนาว

การเตรียมบ่อเลี้ยงหากเป็นบ่อปูนต้องแช่น้ำทำความสะอาดปูน 7 วัน และทำการเตรียมน้ำ (กรณีใช้น้ำประปา) ต้องพักน้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 1 วัน หากเป็นน้ำกรอง หรือน้ำบาดาล สามารถนำมาใช้ได้เลย สำหรับการปล่อยพ่อแม่พันธุ์จะปล่อยในอัตราส่วนตามพื้นที่ที่เลี้ยง อาทิเช่น หากเป็นบ่อปูนวงกลมกว้าง 1 เมตร ลึก 40-50 เซนติเมตร

ก็สามารถปล่อยตัวเมีย 150 ตัว ต่อตัวผู้ 20-30 ตัว หรือเฉลี่ยประมาณตัวผู้ 1 ตัว ต่อตัวเมีย 4 ตัว

การเพาะพันธุ์เมื่อปล่อยทั้งตัวผู้และตัวเมียลงไปยังบ่อเลี้ยงแล้ว จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ก็จะได้ลูกปลาออกมา ควรทำการคัดแยกลูกปลาออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้พ่อแม่พันธุ์กินลูกปลา หลังจากนั้นนำลูกปลามาพักไว้ในบ่ออนุบาล ซึ่งอาหารจะให้เป็นอาหารสำหรับลูกปลาโดยเฉพาะ จากนั้นอายุปลาประมาณ 1 เดือน

จะทำการแยกตัวผู้ และตัวเมียออกจากกัน จะทำให้ปลาเจริญเติบโตไวขึ้น ที่สำคัญควรเปิดปั๊มออกซิเจนสำหรับปลาไว้ในบ่อเลี้ยงด้วย จากนั้นอีกประมาณ 40-50 วัน ก็สามารถคัดเกรดส่งขายได้แล้ว

ราคาขายปลีกจะอยู่ที่คู่ละ 150 – 300 บาท เป็นราคาปลาเกรดจะมีสายพันธุ์หูช้าง เรดโกล บลูเทล เรดเทล โมเสค และสายพันธุ์อื่นๆในฟาร์มกว่า 60 ชนิด โดยจะจำหน่ายผ่านช่องทางเพจเฟซบุ๊ก หรือลูกค้าที่สนใจเดินทางมาเลือกซื้อจากที่ฟาร์มเลี้ยงโดยตรง นอกจากนี้ยังที่มีบริษัทมารับซื้อจะเป็น 3 พันธุ์หลักๆ คือ สายพันธุ์หูช้างโมเสค หูช้างเรดเทล และฟลูเรด

โดยจะส่งขายให้กับบริษัทที่รับซื้อเฉลี่ยเดือนละประมาณ 5-6 หมื่นตัวต่อเดือน (เฉพาะตัวผู้) ส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เยอรมัน ศรีลังกา และเวียดนาม สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละ 5 แสนบาทต่อเดือน

ปัจจุบันได้มีลูกฟาร์มกว่า 20 ราย เป็นเครือข่ายในการเพาะเลี้ยง โดยทางฟาร์มจะให้พ่อแม่พันธุ์ไปเพาะและรับซื้อลูกปลา เพื่อส่งออกต่างประเทศผ่านบริษัทกลาง หากรวมรายได้จากลูกฟาร์มสามารถสร้างเม็ดเงินได้มากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือนเลยทีเดียว

สำหรับใครที่สนใจอยากเลี้ยง อยากศึกษาข้อมูลเทคนิควิธีการเลี้ยง ‘ปลาหางนกยูง‘ หรืออยากเป็นลูกฟาร์ม สามารถเดินทางมาได้ที่ ‘บูฟาร์มปลาหางนกยูงนนทบุรี‘ ตั้งอยู่ภายในซอยสามัคคี 22 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี เบอร์โทรศัพท์ 065-867-8677 , 082-001-5580 (คุณฟ้า)

ดูข่าวต้นฉบับ