ใครๆก็บอกว่าบ้า เกษตรกรโคราช ปลูกสวนป่า 1 ไร่ ได้ 1 ล้าน

0
43284

“คำว่า ‘สวนป่า’ คือเน้นความหลากหลายเพื่อฟื้นฟูระบบดิน ตอนที่เริ่มมาอยู่ใหม่ๆ คือดินไม่มีคุณภาพ เป็นดินที่เสีย มีแต่หิน

เราต้องปลูกป่า ปลูกต้นไม้ยืนต้น หยุดการไถ ต้องเริ่มปลูกป่าเน้นระบบนิเวศมากที่สุด คือ ปลูกแบบไม่เป็นแถวเป็นแนวเพื่อป้องกันดินชะล้าง”

“แรกๆ ใครก็หาว่าบ้า มีที่ดินดีๆ เอามาปลูกสวนป่า ปลูกไปเมื่อไรจะโต เชื่อสิยังไงก็ไปไม่รอด” คำพูดเหล่านี้หญิงแกร่งคนนี้ ไม่เคยลืม

ปัจจุบัน คำพูดสบประมาทเหล่านี้ ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง หากคนเรามุ่งมั่น และมีแบบแผน อย่างไรแล้วความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล

คุณธวัลรัตน์ คำกลาง เกษตรกรดีเด่น ปี 2561 อยู่บ้านเลขที่ 91/1 หมู่ที่ 6 ตำบลวังกะทะ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

หญิงผู้รักต้นไม้ เป็นชีวิตจิตใจ แรกเริ่มพื้นที่ตรงนี้พ่อกับแม่อพยพมาจากอำเภอสูงเนิน แล้วมาได้งานเฝ้าสวนที่ตำบลวังกะทะ

ต่อมาเจ้าของที่จะย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นจึงเอ่ยปากขายที่ให้กับพ่อแม่ของตน พ่อกับแม่จึงตกลงซื้อเอาไว้โดยมีพ่อแม่และพี่น้องช่วยกันผ่อน จำนวน 100 ไร่

และเมื่อตนมีครอบครัวพ่อแม่ก็แบ่งสันปันส่วนที่ให้กับเราและพี่น้องอีก 6 คน คุณธวัลรัตน์ ได้รับส่วนแบ่งที่ดินมา 24 ไร่

แรกเริ่มปลูกสวนป่า เพราะความชอบไม่ได้คิดอะไร

ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ทำน้อย แต่ได้มาก

ประโยชน์ที่ 1 คือ สามารถกินได้

ประโยชน์ที่ 2 นำมาใช้งาน ตัดเป็นฟืน หรือใช้สร้างบ้านเรือน

ประโยชน์ที่ 3 ขายสร้างรายได้

ประโยชน์ที่ 4 คือ การช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ พอป่าอุดมสมบูรณ์ลำธารก็เกิดขึ้นมาเอง

“สวนป่าปลูกไม้มากกว่า 200 ชนิด แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

* ไม้โตเร็ว

* ไม้โตปานกลาง

* ไม้โตช้า ย่อยออกมาเป็นไม้กินได้ ไม้ใช้งาน และไม้เศรษฐกิจ แยกออกมาเป็น 2 ชนิด คือ

ชนิดที่ 1 ไม้ต้นทุน คือไม้ที่ลงแรงปลูกหรือไม้ที่ต้องใช้งบประมาณ

ชนิดที่ 2 ไม้กำไร คือไม้ที่โตขึ้นมาเองจากการทิ้งเมล็ดจากไม้อื่นๆ ถือเป็นไม้พลังงาน ทำถ่าน ทำฟืน สร้างบ้าน

ไม้โตช้า ตะเคียนทอง มะค่าโมง ลำดวน พะยูง ชิงชัน

ไม้โตปานกลาง สัก ประดู่ ยางนา คือไม้ที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป

ไม้โตเร็ว ขี้เหล็ก สะเดา ตะกู กระถินเทพา กระถินณรงค์

ไม้กินผล ขนุน มะม่วง ลำไย สะตอ ชมพู่ ละมุด เหลียง เป็นต้น

ไม้ที่สวนป่าของคุณธวัลรัตน์ ไม่มีการใช้สารเคมีใดๆ ทั้งสิ้น เน้นธรรมชาติ และทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เอง

ประโยชน์ที่ได้คือ

*เป็นเกษตรกรก็สามารถมีเงินส่งลูกเรียนจบปริญญาได้ *

ทั้งสองคนเริ่มจากการศึกษา การศึกษาที่ดีที่สุดคือ โรงเรียนที่ใกล้บ้านที่สุด เพราะสามารถใกล้ชิดหรือคุยกับคุณครูของลูกได้

วางแผนปลูกป่าเพื่ออนาคตลูก ที่นี่มีพื้นที่ปลูกป่าทั้งหมด 24 ไร่ แบ่งเป็น 6 แปลง แปลงละ 4 ไร่

แปลงที่ 1 พื้นที่บนสุดเป็นพื้นที่ลาดชัน คือ เป็นป่าปล่อย เอาไว้เก็บกำไรกิน คือได้ไม้ที่ไม่ต้องปลูก

แปลงที่ 2 ถัดลงมาเมื่อลูกเกิดเราจะปลูกแปลงนี้ก่อน 4 ไร่ ปลูกไม้โตช้า ไร่ละ 200 ต้น 4 ไร่ เท่ากับ 800 ต้น

ถ้าลูกโตมา จบ ม.6 อายุ 18 ปี เท่ากับต้นไม้มีอายุ 18 ปี ต้นนี้จะตีราคา สักต้นละ 5,000 บาท 800 ต้น

เขาจะมีเงิน 4 ล้านบาท เงิน 4 ล้านบาทนี้ ก็เก็บไว้ให้เขาเป็นทุนการศึกษาสำหรับลูกคนที่ 1

แปลงที่ 3 ปลูกไม้โตช้าไว้อีก 4 ไร่ ให้ลูกสาวคนที่ 2 จัดสันปันส่วนให้เท่ากับลูกคนที่ 1 ทุกอย่าง

แปลงที่ 4 และแปลงที่ 5 เป็นแปลงด้านล่าง แบ่งไว้ให้อีกคนละ 4 ไร่ คนละ 800 ต้น

แปลงที่ 6 แปลงสุดท้าย คือส่วนของสามีและภรรยา แบ่งไว้ปลูกผักสวนครัว ทำนา ป่าปล่อย เก็บกินรายวันไป

สำหรับท่านที่สนใจการปลูกสวนป่า หรืออยากได้แง่คิดการใช้ชีวิตที่ดี สามารถโทร.ปรึกษาหรือเข้าไปเยี่ยมชมที่

สวนคุณธวัลรัตน์ คำกลาง และ คุณชัชนรินทร์ อ่อนราษฎร์ โทร. (082) 141-5474