Home เกษตรกูรู การปลูกผักแบบใหม่ “แปลงผักหมักปุ๋ย” สามารถปลูกผัก และ หมักปุ๋ย ได้พร้อมกัน

การปลูกผักแบบใหม่ “แปลงผักหมักปุ๋ย” สามารถปลูกผัก และ หมักปุ๋ย ได้พร้อมกัน

3487
0

คนเมืองบางคนมีที่ไม่มากนัก ทำแปลงปลูกผักแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะทำที่หมักปุ๋ยตรงไหนดี บางคนก็อาจจะกลัวว่ากองหมักปุ๋ยจะดูเลอะเทอะ ดูไม่งามตาเท่าไหร่ ก็เลยไม่ทำ

มีรายงานผลจากประเทศแอฟริกาว่า ครอบครัวที่ทำแปลง Keyhole นี้ไว้ 3 แปลง สามารถปลูกผักไว้กินได้อย่างพอเพียงในครอบครัวที่มีสมาชิกถึง 10 คน โดยไม่ต้องพึ่งตลาดเลยทีเดียว

ปกติแล้ว การปลูกพืช และ การทำปุ๋ยหมัก เป็นเรื่องที่เราทำแยกกันจริงไหมคะ แต่แปลงผักนี้เป็นการรวมเอาทั้งสองขั้นตอนมาทำพร้อมๆกันไปเลย ด้วยการแบ่งพื้นที่การเพาะปลูก และ การหมักปุ๋ยด้วยเศษอินทรีย์วัตถุ ไว้ตรงกลางโดยมีตะแกรงกั้น

และมีช่องว่างเล็กน้อยให้ปุ๋ยที่เราหมักไว้นั้นแทรกผ่านชั้นดินเข้าไปใต้รากของพืช เพื่อเป็นอาหารของพืชโดยอัตโนมัติ

การวางผังแปลงผักคือ ทำแปลงผักเป็นวงกลม โดยเว้นช่องว่างไว้ตรงกลาง และทำทางเดินเข้าไปหาหลุมตรงกลาง ( เหมือนเค้กที่โดนตัดออกไป 1 ชิ้น ) ก่อดินให้ลาดออกด้านข้าง

หลักการทำงานคือ เมื่อเราทิ้งพวกเศษอาหาร เศษพืชผัก ผลไม้ ( ไม่แนะนำให้ใส่เนื้อสัตว์ เพราะจะทำให้เน่าเสีย ) และ ใบไม้ ใบหญ้า จะเกิดการทับถมและหมัก จนเกิดเป็นปุ๋ย เมื่อเรารดน้ำลงไปตรงกลางหลุม การก่อดินที่ลาดต่ำออกด้านข้าง จะทำให้น้ำไหลออกด้านข้าง พร้อมทั้งนำพาปุ๋ยไปไว้ใต้ดินด้วย

ลำดับการวางวัสดุ ลำดับชั้นในการก่อ ภายในแปลงผัก สามารถดูได้จากในรูป

เป็นการทำแปลงผักที่เหมาะสำหรับในครัวเรือนอย่างมาก เพราะค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างไม่สูง เนื่องจากใช้วัสดุจากธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น หิน ไม้ ดิน หรือ จะใช้เป็นดินเหนียวก็ได้

เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องใหม่ในเมืองไทยค่ะ แต่สำหรับต่างประเทศเค้าให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะการทำสวนผักแบบนี้นั้นใช้พื้นที่น้อยมาก ตอบโจทย์สำหรับใช้งานในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี แปลงผักแบบนี้ทำให้พืชผักนั้นเติบโต และ แข็งแรงแบบเป็นธรรมชาติ แถมยังปลอดภัยไม่มีสารเคมีปนเปื้อนโดยแท้จริง จึงเหมาะกับในยุคปัจจุบันที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ต้องการพืชผักที่ สด สะอาด ปลอดสารเคมี

ข้อดีของแปลงผักหมักปุ๋ยแบบนี้คือ

1. ใช้ต้นทุนในการก่อสร้างต่ำ

2. ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เป็นทั้งแปลงผัก หลุมกำจัดเศษใบไม้ และ บ่อหมักปุ๋ย ไปพร้อมๆกัน

3. ใช้งานได้ดีในหน้าแล้ง เพราะ เมื่อเรารดน้ำลงไปแล้ว ความชื้นจะถูกกักไว้ใต้ชั้น หิน และ ไม้ ในบ่อ