เด็กน้อยก้มกราบพระบาทในหลวงในวันนั้น เติบโตเป็นข้าຣาชการ จะขอจงรักภักดีตลอดไป

0
4335

หากบ้านใครมีการเก็บภาพของพ่อเอาไว้ หลายๆ คนคงเคยเห็นภาพเด็กน้อยก้มลงกราบฝ่าพระบาท กระทรวงยุติธรรม ได้เผยแพร่เอกสารข่าว พร้อมภาพถ่ายของเด็กน้อยที่กำลังก้มกราบพระบาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีการเผยแพร่อยู่ในโลกออนไลน์ในขณะนี้ โดยเอกสารข่าวระบุว่า หลายคนอาจได้เคยเห็นภาพในโลกออนไลน์

ภาพของเด็กน้อยคนหนึ่งก้มลงกราบพระบาท ที่มีการแชร์กันอย่างมากมาย
เอกสารข่าวระบุต่อว่า เด็กน้อยผู้ก้มกราบพระบาทในวันนั้น คือ นายพยุงศักดิ์ กาฬมิค ข้าຣาชการใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานคุ้มครอง สิ ท ธิ และเสรีภาพ ภาค 4 จ.สงขลา สังกัดหน่วยงานกรมคุ้มครอง สิ ท ธิ และเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เป็นบุคลากรที่กรมคุ้มครอง สิ ท ธิ ฯ ความภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

นายพยุงศักดิ์ กล่าวถึงความปลื้มปิติใจในครั้งนั้นว่า ตนเกิดในครอบครัวทหาร ตอนเด็กพักอาศัยอยู่ในค่ายอิงคยุทธบริหาร ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับสนามบินบ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และเป็นสถานที่เฝ้ารอรับเสด็จในวันนั้น

โดยคุณแม่จะพาไปรับเสด็จทุกครั้งที่มีโอกาส การถวายความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่ครอบครัวของทหารให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง วันรุ่งขึ้นหลังจากการรับเสด็จหนังสือพิมพ์ได้ลงข่าวพร้อมภาพถ่ายนี้

ซึ่งแม่ของตนได้ตัดภาพดังกล่าวใส่กรอบเก็บไว้บูชาเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ครอบครัว ต่อมาปี 2549 ได้มีการแชร์ภาพถ่ายดังกล่าวทางอินเตอร์เน็ต และหนังสือพิมพ์ข่าวสด ได้ลงภาพก้มกราบพระบาทอีกครั้ง รวมทั้งมีการตามหาบุคคลในภาพ

นายพยุงศักดิ์ กล่าวต่อว่า โดย จ.ปัตตานี และนายจตุรงค์ ปัญญาดิลก ผู้ตรวจຣาชการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ได้ประสานมาเพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับภาพถ่ายดังกล่าว จึงทำให้มีโอกาสเข้าร่วมงานนิทรรศการเฉลิมฉลอง 60 ปีครองຣาชย์ของในหลวง

“การได้ก้มกราบพระบาทในหลวงในครั้งนั้น ถือได้ว่าเป็นมงคลสูงสุดต่อตนเองและครอบครัว และเมื่อทุกครั้งที่เห็นภาพนี้เสมือนเป็นการสัญญากับพระองค์ท่านว่าข้าพเจ้าจะถวายความจงรักภักดี และจะทำความดีถวายพระองค์ตลอดไป”นายพยุงศักดิ์ กล่าว

นายพยุงศักดิ์ กล่าวด้วยว่า การปฏิบัติหน้าที่ຣาชการในวันนี้เพื่อสนองเบื้องพระยุคลบาทอย่างไรนั้น ปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานคุ้มครอง สิ ท ธิ ฯ ภาค 4 กรมคุ้มครอง สิ ท ธิ ฯ ซึ่งถือเป็นความโชคดีของตน

เพราะงานที่ทำอยู่เป็นการช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงความเป็นธรรมตาม สิ ท ธิ ที่อันพึงมีพึงได้ของประชาชน

ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริม สิ ท ธิ ของประชาชน การเยียวยาผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม การคุ้มครองพยาน ในคดีอาญา และการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ในการทำงานຣาชการนั้น

ตนถือว่าความรับผิดชอบต่อหน้าที่ก็คือความรับผิดชอบต่อประชาชน ต่อหน่วยงาน ต่อผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นหลักของการปฏิบัติงาน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงต่อสังคมส่วนรวมและประเทศชาติ

ป.ล. คุณพยุงศักดิ์ เคยเล่าเมื่อหลายปีก่อน ย้อนถึงความรู้สึกในวัยเด็กว่า คงเป็นเพราะได้รับการปลูกฝังจากแม่ให้จงรักภักดี เมื่อมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ จึงคลานออกไปก้มลงกราบพระบาท ซึ่งเมื่อผ่านมากว่า 30 ปี ในวันนี้กลับคิดว่า ช่างบังอาจจริงๆ แต่แม้จะรู้สึกผิด เขาก็ปลื้มปีติอยู่ในใจ เพราะถ้าวันนั้นไม่ทำคงไม่มีวันนี้

ขอบคุณเฟซบุ๊ก Jaroensook Pone Limbanchongkit

ติดตามเราได้ที่ ไทบ้านออนไลน์