สมศักดิ์ เครือวัลย์ สุดยอดปราชญ์เกษตร พลิกชีวิต “ปลดหนี้ด้วยศาสตร์พระราชา”

0
598

สมศักดิ์ เครือวัลย์ สุดยอดหมอดิน-ปราชญ์เกษตร พลิกชีวิต-ปลดหนี้ด้วยศาสตร์พระราชา

ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ ประธานศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง

“ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์” ปราชญ์เกษตรแผ่นดิน ผู้เป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตตามวิถีแบบพอเพียง เ สี ย ชี วิ ต ด้วย โ ร ค ม ะ เ ร็ ง ร ะ ย ะ สุ ด ท้ า ย ในวัย 69 ปี

สมศักดิ์ เครือวัลย์ หรือ ผู้ใหญ่สมศักดิ์ ประธานศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง อ.แกลง จ.ระยอง ปราชญ์ด้านเกษตรอีกคน ที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการทำเกษตรเชิงเดี่ยว ติดหนี้สินกับสถาบันการเงินกว่า 700,000 บาท จากการทำสวนส้มเขียวหวาน เนื่องจากสวนส้มเป็นโรคระบาด เหตุเพราะใช้สารเคมี และดินไม่มีความเหมาะสมกับพืชที่ปลูก

แต่สามารถพลิกชีวิตเริ่มต้นใหม่ และใช้หนี้ได้หมดด้วยเวลาเพียง 3 ปี จากการทำปุ๋ยหมักและทำปุ๋ยอินทรีย์ จำหน่าย แรกๆ ก็แจกจ่าย เมื่อคนนำไปใช้ได้ผลดี ก็กลับมาขอซื้อ จึงผลิตปุ๋ยหมักจากเศษวัสดุต่าง ๆอย่าจริงจัง และสามารถปลดหนี้ก่อนโต ได้อย่างเหลือเชื่อ

จากการทำปุ๋ย และผสมดินจนพืชต่างๆ เจริญเติบโตงอกงามอย่างรวดเร็ว ภายในสวนของตัวเอง และเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับชุมชนและผู้มาศึกษาดูงาน ทำให้ผู้ใหญ่สมศักดิ์ จนกลายเป็นหมอดิน หรือผู้รู้ด้านดิน ที่หาตัวจับยากอีกคน

ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เล่าว่า เริ่มต้นจากการทำนา แล้วเปลี่ยนมาทำสวนทุเรียนกับสวนยางพารา แต่เมื่อราคาผลผลิตตกต่ำ ประสบภาวะขาดทุน จึงหันมาทำสวนส้ม หวังจะถอนทุนคืน แต่ก็ต้องขาดทุนซ้ำสอง ทำให้เป็นหนี้สินก้อนโต และหมดเนื้อหมดตัว

เมื่อใช้หนี้คืนไม่ได้ ก็ต้องเข้ารับการฝึกอบรมกับธนาคารที่ไปกู้ยืมเงินมา ไม่อย่างนั้นจะถูกยึดที่ดิน ผู้ใหญ่สมศักดิ์ จึง จำใจ เข้าอบรมอยู่หลายครั้ง แล้วก็เกิดความละอายใจว่าทำไมตัวเองถึงต้องมาอบรมหลายๆ ครั้ง ทั้งที่คนอื่นอบรมกันเพียงครั้งเดียว สุดท้ายได้แนวคิดจาก ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรืออาจารย์ยักษ์ ประธานศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จังหวัดชลบุรี ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาล ที่ 9จึงหันกลับมาคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น

“ที่ผ่านมาเราทำแบบก้าวกระโดด ทั้งๆ ที่พระองค์ ให้ทำตามขั้นตอน หรือเดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง เพราะเมื่อก่อน ไม่ได้คิดอยากจะมีกิน คิดแต่จะรวย ลืมพื้นฐานของตัวเองไปว่าขาดความรู้ หรือโง่ แต่ไปคิดการณ์ใหญ่ สิ่งเล็กๆ กลับไม่ทำ ดังนั้น จึงเริ่มชีวิตใหม่ ด้วยการทำสิ่งที่ง่ายกว่า และใกล้ตัวกว่า”

นอกจากนี้ยังเดินหน้าปลูกพืชผักทุกชนิดที่ชอบ และปลูกป่า โดยปลูกต้นไม้วันละ 10 ต้น ผ่านไปเพียง 3 เดือน ก็สามารถขายพืชผัก หรือแบ่งปันผลผลิตได้ จากนั้นจึงพลิกฟื้นที่ดินกว่า 50 ไร่ เป็นแปลงสาธิต เน้นการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ตามเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวง โดยไม่ใช้สารเคมีอย่างเด็ดขาด ใช้หลักธรรมชาติ พึ่งธรรมชาติ เป็นหลัก

“เช่นวิธีการกำจัดแมลงมี 4 อย่าง โดยแมลงที่เป็นพวกเรา จะมาตอนกลางวัน ส่วนศัตรูของพืช จะมาตอนค่ำ ดังนั้นจึงเลี้ยงกบไว้เพื่อกินแมลง นอกจากนี้ยังต้องก่อไฟในช่วงเย็น หรือ เผาถ่าน ต่อมาคือรดน้ำผักในช่วงเช้าและช่วงเย็นเพื่อไล่แมลง ไม่ให้มารบกวน และสุดท้ายปลูกสมุนไพร รับรองไม่มีแมลงมารบกวนอย่างแน่นอน

ผู้ใหญ่สมศักดิ์ บอกว่า ศาสตร์พระราชา หรือ หลักการทรงงานของในหลวง มีค่ามาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ แก้ปัญหาที่จุดเล็ก ทำตามขั้นตอน ทำให้ง่าย การพึ่งตนเอง หรือการพออยู่พอกิน เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้จริง เมื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน จะประสบความสำเร็จ จับต้องได้ ไม่หลอกลวง และชีวิตมีความสุขอย่างยั่งยืน

“อยากให้ทุกคนมาร่วมกันปลูกป่า พวกเราดูในหลวงทรงงานมานานแล้ว หากรักในหลวง ก็ต้องทำในสิ่งที่พระองค์รัก นั่นคือการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ หรือ การปลูกป่า หากวันหนึ่งเราเสียชีวิต แต่ต้นไม้ หรือป่ายังอยู่กับลูกหลานต่อไป โดยเฉพาะการปลูกป่า 3 อย่าง ได้ประโยชน์ 4 อย่าง เพื่อให้เกิดความยั่งยืน และงานกองทัพอากาศกับศาสตร์พระราชา ที่เป็นการรวมปราชญ์ด้านต่าง ๆ มาให้ความรู้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวในการนำศาสตร์พระราชา เพราะเรียนรู้ไปด้วยกัน”

ปัจจุบันศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง เปิดให้บุคคลทั่วไปได้ศึกษาเรียนรู้ เพื่อให้นำเกษตรทฤษฎีใหม่ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมี 9 ฐานการเรียนรู้หลัก และประยุกต์ให้เหมาะสมตามภูมิสังคมโดยแต่ละฐานมุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้เพื่อการพึ่งพาตนเอง พออยู่ พอกิน ลดรายจ่ายสร้างรายได้ ประกอบด้วย ฐานฅนรักษ์ป่า ฐานฅนรักษ์น้ำ ฐานฅนรักษ์แม่ธรณี ฐานฅนรักษ์สุขภาพ ฐานฅนเอาถ่าน ฐานฅนติดดิน ฐานฅนรักษ์แม่โพสพ ฐานฅนมีน้ำยา และ ฐานฅนมีไฟ

หากสนใจเข้าไปอบรมหรือเยี่ยมชมสามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ 081-982-2404 และนางสาววรรณิภา เครือวัลย์ 084-128-4459 ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง