คนไทย เสียชีวิตชั่วโมงละ 2 คน จากอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์

ในปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนรถจักรยานยนต์มากถึง 21 ล้านคันและในจำนวนนี้มีผู้ขี่จักรยานยนต์มากถึง 10 ล้านคน และไม่มีใบอนุญาตขับขี่ สำหรับจำนวนการเสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ในรอบ 18 ปีตกชั่วโมงละ 2 คนเฉลี่ยราว 35 นาทีต่อคน

แพทย์หญิง ชไมพันธุ์ สันติกาญจน์ อดีตที่ปรึกษา WHO ภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ด้านป้องกันการบาดเจ็บและภาวะพิการในฐานะผู้ที่รับผิดชอบโครงการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่รถจักรยานยนต์ปลอดภัยได้ออกมาเปิดเผยว่า

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ขาดมาตรฐานและการบูรณาการระบบความปลอดภัยทางด้านถนนทั้ง 3 องค์ประกอบหลักของอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ทางเรื่องของรถที่ไม่มีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของรถจักรยานยนต์ไม่มีการแบ่งประเภทรถจักรยานยนต์ตามประเภทสากลสหประชาชาติ

โดยในส่วนของถนนยังขาดช่องทางเฉพาะสำหรับรถจักรยานยนต์ตามมาตรฐานความปลอดภัยทางถนน ขาดการกำหนดประเภทและความเร็วบนถนนของรถที่ใช้งานแตกต่างกันไม่มีการจัดระบบใบอนุญาตขับขี่เป็นระบบอนุญาตอย่างเป็นระดับขั้นตามอายุและประสบการณ์ขับขี่

โดยแพทย์หญิงชไมพันธุ์ สันติกาญจน์ ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาให้เร่งรัดติดตามการขับเคลื่อนงานเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้จักรยานยนต์บนท้องถนนโดยได้ออกข้อเรียกร้องมาทั้งหมด 6 ข้อมีดังต่อไปนี้

ข้อที่ 1 แก้ไขพระราชบัญญัติและกฎกระทรวงให้เกิดมาตรฐานและความปลอดภัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างบูรณาการให้เป็นรูปประธรรม

ข้อที่ 2 กำหนดให้หมวกนิรภัยเป็นส่วนควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยของรถจักรยานยนต์

ข้อที่ 3 กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของมาตรฐานสเปครถจักรยานยนต์โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่นครอบครัว ไม่ให้ปรับแต่งแข่งบนท้องถนนได้โดยง่ายโดยเพิ่มขนาดหน้ายางลดความกว้างวงล้อและลดความเร็วสูงสุดบนหน้าปัดรถจักรยานยนต์

ข้อที่ 4 กำหนดให้บิ๊กไบค์เป็นรถจักรยานยนต์ตั้งแต่ 246 ซีซีขึ้นไป เพื่อจะช่วยถนอมชีวิตผู้ใช้รถจักรยานยนต์แรงได้เพิ่มเกือบ 2 เท่า

ข้อที่ 5 ปรับปรุงและจำแนกประเภทรถให้มี 2 ล้อขนาดเบาขนาด l1 ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตามเกณฑ์สากลให้ผู้ไม่ต้องการรถ แรงเร็วได้มีทางเลือก

ข้อที่ 6 ปรับปรุงแก้ไขระบบใบอนุญาตขับขี่ให้เป็นขั้นตอนตามอายุและประสบการณ์

ด้วยตั้งแต่ปี 2554 ถึงปี 2562 มีเด็กและเยาวชนขี่รถจักรยานยนต์แล้วไม่ได้กลับบ้านมากกว่า 26,126 คนหรือปีละ 2,902 คน ท่าทางรัฐบาลยังคงแก้ไขปัญหาเดิมและไม่มีเป้าหมายอย่างชัดเจนอีก 11 ปีข้างหน้าจะมีเด็กและเยาวชนเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกกว่า 40,000 คน

Facebook Comments Box