จากฟ้าโน้มมาสู่ดิน หนึ่งภาพล้านความหมาย พระมหากษัตริย์ที่นั่งเทียบสามัญชน

จากฟ้าโน้มาสู่ดิน ภาพแห่งความปลื้มปิติ พระมหากษัตริย์ที่นั่งเทียบสามัญชน เเละจะเป็นอีกที่ถูกส่งต่อเก็บไว้ในความทรงจำส่งผ่านรุ่นต่อรุ่นตลอดไป

ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ประทับในท่าคุกเข่าบ้างประทับลงไปกับพื้นที่ส่วนใหญ่แล้วนั้นมักจะเห็นภาพเหล่านี้ระหว่างที่เสด็จไปเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศไทยโดยพระองค์เองไม่เคยถือว่าเป็นกษัตริย์ ที่นั่งเพียงบัลลังก์ทองสวมมงกุฎเพชรเท่านั้น

แต่พระองค์ยังคงนั่งกับพื้นดินพื้นหญ้าจะเหมือนว่าตนเองนั้นเป็นสามัญชนทั่วไปและเวลาไปสำรวจ พื้นที่ทุรกันดารก็จะทรงถามไถ่ปัญหาสาระทุกข์สุข จากประชาชนราษฎรด้วยตัวของพระองค์เองแบบใกล้ชิดและไม่ถือพระองค์จึงเป็นภาพที่เราได้เห็นจนตาตั้งแต่เด็กๆว่าพ่อหลวงไม่เพียงแต่ทุ่มเทพระวรกายทำงานอย่างหนักเพื่อประชาชนเท่านั้นแต่ท่านเองยังคงใส่น้ำพระทัยลงไปในงานด้วยทุกครั้งเพื่อที่จะแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด แล้วแบบนี้เราจะไม่รักท่านได้อย่างไรนี่คืออีก 1 ภาพแห่งความ ทรงจำที่ประชาชนชาวไทยอย่างเราไม่อาจลืมเลือน

ภาพคุณยายชราพร้อมกับดอกบัวสีชมพู 3 ดอกและในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงก้มพระองค์ใกล้ชิดกับคุณยายเหมือน ทรงตัดอะไรบางอย่างเป็นภาพที่หลายคนคงคุ้นตาไม่มากก็น้อยและคงอยากรู้ว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงตรัสอะไรกับคุณยายท่านนี้ ถึงได้ก้มโน้มพระองค์ใกล้ชิดกับคุณยาย

ด้วยเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2498 เมื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จเยี่ยมพสกนิกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือครั้งแรกโดยในวันนั้นเวลาประมาณ 13:00 นที่จังหวัดนครพนมบนเส้นทางรับเสด็จ ตรงสามแยกชยางกูรเรณูนคร หัวหน้าส่วนช่างภาพประจำพระองค์ได้บันทึกภาพวินาทีประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นภาพอีกภาพหนึ่งที่สามารถแทนคำพูดได้มากกว่าล้านคำ

ในสมัยนั้นการสื่อสารและถนนหนทางยังไม่ค่อยสะดวกนักกว่าจะรู้เรื่องราวข่าวสารบางอย่างก็ตัวแล้วอย่างเช่นเช่นเดียวกับข่าวการเสด็จมา ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มาเยี่ยมพสกนิกรแถวตำบลพระกลางทุ่งจังหวัดนครพนม คุณยายตุ้มเมื่อได้ยินข่าวในช่วงเช้าจากชาวบ้านที่ตะโกนบอกต่อๆกันมา

.

คุณยายรู้ด้วยจิตสำนึกว่าผู้ที่เสด็จมานั้นคือพระเจ้าแผ่นดิน คุณยายได้แสดงความเคารพในความจงรักภักดี จึงรีบไปหาดอกบัวที่สวยงามที่ หนองน้ำและคำนวณเวลาที่จะเสด็จมาถึงโดยการคำนวณเวลาดังกล่าวในสมัยนั้นดูจากฝุ่นแดงของถนนลูกรัง ที่คลุมกระจายขึ้นฟ้า ประมาณเอาว่าน่าจะอยู่แถวบริเวณหมู่บ้านไหน ใช้เวลาเท่าใดจะถึงที่นี่

.

คุณยายและชาวบ้านต่างมาปูเสื่อนั่งรอรับเสด็จตั้งแต่เช้าจนแดดร้อนสายขบวนเสด็จก็ยังมาไม่ถึงต่างคนต้องหลบแดดตามต้นไม้เฝ้ารออย่างไม่ย่อท้อจนบ่ายแก่ ดอกบัวที่เคยสวยงามนั้นของคุณยายก็เริ่มเหี่ยวแห้งลงก้านโค้งงอเพราะแรงแดด เมื่อบ่ายแก่ๆเมื่อบ่ายแก่มากขึ้นก็มีเสียงตะโกนบอกต่อกันมาว่า ในหลวงมา

แล้วฝุ่นดินแดงคุ้มกระจายตามถนนเข้ามาใกล้ทุกทีคุณยายนั่งพนมมือถือดอกบัวที่เหี่ยวรออยู่แถวหน้าขบวนเสด็จมาถึงในหลวงทรงรับสั่งให้หยุดตรงนี้ตลอดระยะทางเสด็จพระองค์ทรงแวะเยี่ยมพสกนิกรตลอดทางจึงมาถึงแถวนี้บ่ายแก่เข้าไปแล้ว  พระองค์ทรงเก้า ลงจากรถตรงไปที่คุณยายตุ่มทันที

พร้อมกับก้มพระองค์ลงต่ำอย่างที่เห็นในภาพคำแรกที่พระองค์ตรัสกับ ยายว่าคุณยายรอนานไหม

พร้อมยื่นพระหัตถ์รับสัมผัสมือคุณยายรับดอกบัวที่เหี่ยวแห้งงอของคุณยาย นำมาซึ่งความปราบปลื้มใจต่อคุณยายเป็นล้นพ้นคุณยายได้เอ่ยปากชื่นชมพระบารมีที่งดงามของพระองค์ไม่ขาดปากพระองค์ได้ตรัสกับคุณยายหลายนาทีจนช่างภาพประจำพระองค์ได้บันทึกภาพนี้ไว้และทำให้คุณยายไม่เคยลืมเหตุการณ์ในวันนั้น

 

Facebook Comments
👉ฝากติดตาม กลุ่มคนทำเกษตร ด้วย