ลบคำดูถูก จากสาวโรงงาน สู่ “ครูชำนาญการ”

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน สำหรับคนที่มองหาอาชีพรับราชการเป็นครู การที่จะสอบบรรจุนั้น ค่อนข้างยากวันนี้ Admin ไทยบ้านอยากจะให้เพื่อน ได้ลองชมเรื่องราว ของอดีตสาวโรงงานคนหนึ่ง ที่เขา ไม่กล้าแม้แต่จะฝันว่าในชีวิตนี้จะได้บรรจุเป็นครู

เรื่องราวดังกล่าวถูกโพสต์ผ่านแฟนเพจ กว่าจะมาเป็นครู ได้ระบุรายละเอียดเอาไว้ดังนี้ ครูสุชญา พรใส หรือที่นักเรียนเรียกกันว่าครูกิ๊ฟ

ปัจจุบันรับราชการครูตำแหน่งครูชำนาญการ โรงเรียนศรีวิไลวิทยา อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ก่อนที่ครูกิ๊ฟจะมาเป็นครูนั้นเดิมทีแล้ว เป็นคนขี้อายไม่กล้าพูดต่อหน้าคนเยอะๆ คิดว่าตัวเองไม่เก่ง ประกอบกับฐานะทางครอบครัวค่อนข้างลำบาก

โดยครูกิ๊ฟเล่าว่าแม่จะไม่ให้เรียนต่อปริญญาตรีด้วยซ้ำ แต่ตอนนั้นเป็นคนรักเรียนจึงบอกไม่ว่าจะกู้ยืมกยศเรียนเอง ตอนเข้าเรียนปริญญาตรี ได้เลือกเรียน คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เรียนจนกระทั่งปี 3 ตัวเองว่าไม่ชอบและไม่เก่งด้านการตลาด แต่ก็ต้องเรียนให้จบเพราะถอยไม่ได้แล้ว

จบปริญญาตรีใบแรกด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 และหลังจากเรียนจบก็เดินทางไปจังหวัดชลบุรีเดินทางหางานอยู่เกือบ 2 เดือนเงินที่ติดตัว ก็จะหมดในวันที่ได้งานทำก็คือใช้วุฒิม 6 สมัครเป็นพนักงานฝ่ายผลิตในโรงงาน

ยอมขายทองที่ติดตัวไปเป็นค่าตรวจสุขภาพและชุดพนักงานทำงานได้อยู่ 3 เดือน ต้องลาออกเพราะแพ้สารในโรงงาน หลังจากนั้นก็มาทำงานเป็นพนักงานโรงแรม เจ้าหน้าที่สถาบันสอนพิเศษ รวมถึงเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล จนเริ่มคิดว่างานเอกชนเขาไม่เลี้ยงเราไปจนแก่แน่นอนถ้าเราอยู่แบบนี้ต่อไป จะดูแลพ่อแม่ได้อย่างไร

ครูธุรการ ด้วยการที่ทำงานด้วยงานที่ทำอยู่และเงินเดือนทำให้ครูกิ๊ฟเริ่มเข้าสู่เส้นทางรับราชการจากเริ่มเริ่มจากการสอบครูธุรการได้ในลำดับที่ 223 จาก พันกว่าคนสอบไว้ไม่รู้จะเรียกเมื่อไหร่ จึงไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครคณะครุศาสตร์สาขาวิชาภาษาไทย เริ่มไปเรียนไม่กี่สัปดาห์ก็ถูกเรียกไปเป็นครูธุรการที่โรงเรียนมัธยมในอำเภอเพ็ญ

ซึ่งถือว่าเป็นความโชคดีเพราะทำงานโรงพยาบาลหยุดวันอาทิตย์วันเดียว การไปเรียนคงทำได้ไม่เต็มที่แต่พอมาเป็นครูธุรการ หยุดเสาร์อาทิตย์ ลงตัว

เข้าสู่เส้นทางครูผู้ช่วยสอน

การสอนครั้งแรกเกิดขึ้นที่นี่ครูอัตราจ้าง โรงเรียนสังคมวิทยา อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย 1 ปีกับชีวิต ครูอัตราจ้างเมื่อถึงเวลาเปิดสอบบรรจุก็มีคำแนะนำจากครูท่านหนึ่งเขาได้บอกว่าอย่าใช้โอกาสเปลือง ครูกิ๊ฟเข้าใจและซึ้งกับคำนี้มาก เพราะเราเสียเวลาไปทำอย่างอื่นมาเยอะ 10 ปีที่เราเสียไป หมายความว่าเราเริ่มช้ากว่าคนอื่นมากเราต้องสอบให้ได้เร็วที่สุดตอนนั้นอายุ 31 ปีแล้ว

เตรียมตัวสอบอย่างไร

ในปี 2555 เป็นปีที่เปลี่ยนแปลงระเบียบการสอบหลายอย่างไม่มีการสอบสัมภาษณ์หลายคนแนะนำให้อ่านหนังสือสำนักนั้นบ้าง สำนักนี้บ้าง บางคนแนะนำให้ไปติวแต่คิดตั้งใจว่าจะอ่านเองไม่ไปติว เพราะไม่มีเงินค่าติว ที่เป็นคนอ่านช้าคือถ้าไม่เข้าใจจะไม่ยอมผ่านไปอ่านอย่างอื่น แต่กิฟท์จะมีสมุดที่เตรียมไว้หลังจากอ่านเข้าใจแล้วจะเขียนเป็น Mind Map

เพราะอ่านแล้วต่อๆไปก็ไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือแล้ว อ่านสิ่งที่เราจดมาและทำความเข้าใจของเราวิธีนี้ทำให้เข้าใจง่ายจำแม่น ช่วงเวลาที่เหมาะกับการอ่านหนังสือคือช่วงที่เราพร้อมเคยฝืนง่วงไม่ยอมนอนสุดท้ายก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรแถมไม่ได้พักผ่อนทำอะไรก็ไม่ได้

สอบครั้งเดียวอย่าใช้โอกาสเปลือง

จากการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์หลายอย่างจากการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การสอบหลายๆอย่างถือเป็นโอกาสดีของครูกิ๊บเพราะข้อสอบในปีนั้นเป็นข้อสอบเชิงวิเคราะห์ซึ่งเราชอบข้อสอบแนวนี้ ตรวจสอบก็ไม่ยากตอนสอบก็ไม่อยากหวังอะไรมากคิดว่าสอบปีแรกไม่ได้ถือว่าได้ลองทำข้อสอบได้จากจำนวนผู้สมัครในปีนั้นเกือบ 300 คน

ภาษาไทยสอบผ่าน 24 คนกิ๊ฟสอบได้ลำดับที่ 5 จากลูกชาวนาได้รับราชการคนแรกของตระกูลพ่อแม่รู้ข่าวคือกินข้าวไม่ลงลูกก็สุดภูมิใจในชีวิตก้าวข้ามคำดูถูกของคนอื่นมาได้แล้วต่อไปเราจะทำเพื่อครอบครัวของเรา

เรื่องราวดังกล่าวเรียกว่าสร้างแรงบันดาลใจในหมู่ผู้ใช้งาน Social อย่างเป็นจำนวนมากแอดมินไทบ้าน ขออวยพรให้กับคนที่กำลังจะสอบ บรรจุเป็นครูสอบผ่านกันทุกคนเลยนะครับ

อ้างอิงข้อมูล กว่าจะมาเป็นครู