หนี้ครัวเรือนไทยพุ่ง สูงสุดในรอบ 3 ปี คาดปี 63 ทะลุ 80% ต่อจีดีพี

ข้อมูลเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือน หรือ “หนี้ครัวเรือน” ล่าสุดจากธปท. และผลสำรวจสถานการณ์หนี้สินและเงินออมของครัวเรือน โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย สะท้อนข้อเท็จจริงที่สอดคล้องกันว่า แม้ข้อมูลหนี้ครัวเรือนล่าสุดในไตรมาส 3/2562 จะเติบโตในอัตราที่ชะลอลง

แต่ก็มีหลายประเด็นที่เป็นข้อสังเกตซึ่งอาจจะต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องในระยะข้างหน้า เนื่องจากยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนยังคงมีทิศทางเพิ่มขึ้น และสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงกว่า 80% ต่อจีดีพีในปี 2563 ขณะที่วัดจากมิติระดับครัวเรือนแล้ว ผู้กู้บางกลุ่มมีสถานะทางการเงินที่ค่อนข้างตึงตัว และมีภาระหนี้สูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้

– ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนในไตรมาส 3/2562 โตชะลอลง แต่มีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับจีดีพี จากข้อมูลล่าสุดของธปท. หนี้ครัวเรือนของไทยในไตรมาส 3/2562 มียอดคงค้างที่ 13.239 ล้านล้านบาท ชะลอการเติบโตลงมาที่ 5.5% YoY ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 6 ไตรมาส อย่างไรก็ดี หนี้ครัวเรือนที่โตชะลอลงดังกล่าวเป็นผลมาจากฐานเปรียบเทียบที่สูงในช่วงเดียวกันปีก่อน

และหากเทียบไตรมาสต่อไตรมาส ยังคงเห็นยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนขยับขึ้นเร็วกว่าการเติบโตของมูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจ สถานการณ์ดังกล่าว

มีผลทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของไทยขยับไล่ระดับขึ้นมาอยู่ที่ 79.1% ในไตรมาสที่ 3/2562 สูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี จากระดับ 78.7% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2562

ซึ่งภาพดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจสถานการณ์หนี้สินและเงินออมของครัวเรือนปี 2562 ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ซึ่งพบว่า 44% ของผู้กู้-ครัวเรือนที่มีหนี้ มีภาระหนี้หรือเป็นหนี้เพิ่มขึ้น

– นอกจากนี้ ข้อสังเกตเพิ่มเติมจากผลสำรวจสถานการณ์หนี้สินฯ ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยรอบนี้ พบว่า ผู้กู้-ครัวเรือนส่วนใหญ่เป็นหนี้หลายประเภทพร้อมๆ กัน ซึ่งโดยมากจะมีภาระผ่อนชำระหนี้กับสถาบันการเงินประมาณ 2-3 ก้อนในเวลาเดียวกัน (ซึ่งต่างจากผลสำรวจฯ รอบก่อนที่ส่วนใหญ่จะมีภาระผ่อนหนี้ 1-2 ก้อนในเวลาเดียวกัน) โดยนอกจากหนี้บัตรเครดิตแล้ว ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะมาจากหนี้ผ่อนรถยนต์ ผ่อนสินเชื่อส่วนบุคคล และผ่อนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ตามลำดับ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook