พ่อเเม่ต้องระวัง โรคใหม่ของเด็กไทย “โรคไม่รู้จักความลำบาก”

การที่เราจะต้องเลี้ยงลูกสักคนนึงต้องใช้ความอดทนมากมายในปัจจุบันเพราะเด็กสมัยนี้ไม่ค่อยมีความอดทนกับสิ่งใดได้เลย เหมือนกับว่าสมาธิสั้นเพราะทุกวันนี้การเลี้ยงลูกในสมัยใหม่พ่อแม่มักจะให้มือถือหรือแท็บเล็ตใช้เลี้ยงลูกโดยหารู้ไม่ว่าการกระทำเช่นนี้ทำให้ลูกกลายเป็นโรคที่เรียกว่า โรคไม่รู้จักความลำบากวันนี้ Admin ไทยบ้านขอแนะนำ  บทความใช้สอนพ่อแม่ยุคใหม่ในการเลี้ยงลูก

โดย Facebook basic skill for Young Children พูดถึงโรคไม่รู้จักความลำบากเป็นโรคใหม่ที่เกิดขึ้นสำหรับเด็กๆและจะกลายเป็นมหาต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยหากพ่อแม่ไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันของความลำบากให้กับลูก และไม่ให้ลูกออกไปพบเจอกับโลกแห่งความเป็นจริง ถึงแม้ว่าฐานะทางครอบครัวจะรวยหรือจนก็ตามแต่สิ่ง ที่เด็กยุคใหม่ต้องพบเจอก็คือโรคไม่รู้จักความลำบาก

1 มีเทคโนโลยีครอบงำ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันอย่างเช่นการใช้สมาร์ทโฟนแท็บเล็ตเป็นเรื่อง ที่สื่อมีบทบาทกับเด็กๆตั้งแต่ตัวเล็กในยุคดิจิตอลและมีอิทธิพลมากขึ้นกว่าในสมัยก่อนซึ่งมีให้เลือกหลายแบบหลายราคาที่จับต้องได้ทำให้พ่อแม่ยุคใหม่หยิบยื่นให้ลูกใช้ง่ายๆทั้งๆที่ยังไม่ถึงเวลาอันสมควรและไม่พยายามปฏิเสธหรือเบี่ยงเบนความสนใจให้ลูกไปทำกิจกรรมอื่น

2 อยากให้ลูกสบาย

เป็นผลทำให้ลูกเป็นคนทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว การมีพี่เลี้ยงไว้คอยดูแลลูกน้อยแบ่งเบาภาระหน้าที่อันหนักของพ่อแม่โดยไม่ยอมสอนลูกให้ลองทำอะไรด้วยตัวเองจนลูกไม่สามารถทำอะไรได้เมื่อเติบโตขึ้นในสังคมเช่นเริ่มต้นเข้าโรงเรียนก็จะกลายเป็นภาระให้กับบุคคลรอบข้างที่คอยต้องที่ต้องคอยช่วยเหลือ

3 การปกป้องลูกมากจนเกินไป

เพราะความกังวลเกรงใจ ว่าจะเกิดอันตรายกับลูกรักจึงไม่หาโอกาสพาลูกออกไปเปิดประสบการณ์ต่อโลกภายนอกและจำกัดที่ทางให้ลูกอยู่ภายใน Comfort Zone ยอมให้ลูกนั่งดูทีวีเปิด YouTube เล่นเกมใน iPad ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้สังคมจากภายนอกและไม่รู้จักการแยกแยะความแตกต่างระหว่างคนดีกับคนไม่ดีค่าการสังเกตและการเรียนรู้

4 ไม่ยอมปล่อยให้ลูกลำบาก

เพราะพ่อแม่เคยลำบากมาก่อนไม่อยากให้ลูกมีชีวิตเหมือนที่ตนเองเคยเป็นมาก่อนเพราะฐานะดีขึ้นจึงส่งเสริมให้ลูกด้วยวัตถุเช่นเงินทองสิ่งเหล่านี้จะทำให้เด็กกลายเป็นคนขาดความอดทนไม่มีความมั่นคงในจิตอ่อนแอและแข็งกระด้าง 5 การใช้ชีวิตติดรูปแบบอิทธิพลจากสื่อ เทคโนโลยีที่เข้าถึงอย่างรวดเร็วและมีการนำเสนอรูปแบบในการใช้ชีวิตที่ดูสวยหรูผ่านสื่อทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์หรือสื่อออนไลน์อย่าง Facebook Instagram Twitter vegana ถ่ายภาพของหรูของสวยด้วยอิทธิพลของสื่อเองการเลี้ยงดูลูกแบบตามใจมาก่อนทำให้เด็กเกิดความอยากได้อยากมีตามกระแสสังคม

ทั้งนี้ เรื่องสอนให้ลูกรู้จักความยากลำบากฝึกลูกให้มีหน้าที่ความรับผิดชอบ รู้จักการแบ่งปันการให้และการเรียนรู้พยายามทำสิ่งต่างๆด้วยตัวเองเป็นสิ่งที่ดีเพราะลูกจะได้ฝึกฝนทักษะการเอาตัวรอด อยู่ร่วมในสังคมปัจจุบันทั้งนี้ Admin ขอขอบคุณบทความดีๆจาก Fanpage Facebook basic skill for Young Children

สาระมีอยู่จริง

การที่ปล่อยให้ลูกเล่นมือถือและช่องสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานๆ ทำให้เด็ก มีสมาธิสั้นแล้วยังอาจส่งผลร้ายแรงต่อดวงตาของเด็กได้อีกด้วย

เหมือนกับ ลูกสาววัย 5 ขวบของผู้ใช้งาน Facebook รายหนึ่งที่ต้องผ่าตัดดวงตา ตัวเขาโพสต์เรื่องราวระบุเอาไว้ดังนี้ เด็กๆกล้ามเนื้อหัวตายังไม่แข็งแรงไม่ควรดูสมาร์ตโฟนหรือโทรทัศน์เป็นเวลานานๆหรือบ่อยๆเพราะแสงจากโทรศัพท์ภาพเคลื่อนไหวต่างๆทำลายกล้ามเนื้อดวง ตา ทำให้เด็กตาเหล่โดยไม่รู้ตัวปล่อยไว้นานๆเด็กจะสูญเสียภาพ 3 มิติบางคนอาจตาบอดได้ แต่ที่สุดคือ ความสงสารเด็กตัวเล็กๆต้องโดนวางยาสลบต้องโดนมีดผ่าตัดตั้งแต่เด็กๆพ่อแม่ควร พ่อแม่และครอบครัวยากจะทำใจได้

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook